philosophy

 

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนต้องการดำรงอยู่
ไม่ว่าจะเป็นเพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอดตามธรรมชาติ
หรือด้วยเหตุเพราะการรักชีวิตของตนก็ตามที
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดเป็นสิ่งที่ทำให้สัตว์
สามารถอยู่ดำรงชีวิตและสืบเผ่าพันธุ์มาได้จวบจนปัจจุบัน

 

เมื่อสัตว์ชนิดใดก็ตามใกล้ที่จะพบความตาย
พวกมันก็จะแสดงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดออกมาให้เห็น
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนต้องการที่จะดำรงอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

 

จริงหรือ?
ในกรณีของมนุษย์นั้น กลับแตกต่างออกไป
ข่าวคราวการฆ่าตัวตายที่สามารถพบเห็นอยู่ทุกวัน
และนับวันยิ่งทวีเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในสังคมมนุษย์หล่ะ
หมายความว่าอย่างไร?
หรือเพราะมนุษย์ได้ละทิ้งสัญชาตญาณบางอย่าง
ไว้เบื้องหลังวิวัฒนาการที่เกิดขึ้น

 

ทั้งๆ ที่ในยุคสมัยก่อน
มนุษย์ยังคงเป็นเช่นดังสัตว์อื่นทั่วไป
เหล่ามนุษย์ล้วนรักชีวิตของตน
ความตายนับเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวสำหรับทุกชีวิต

 

มนุษย์หวาดกลัวในทุกสิ่ง
เราหวาดกลัวไฟ
เราหวาดกลัวต่อภัยพิบัติ
เราหวาดกลัวต่อธรรมชาติ
เราหวาดกลัวต่อจินตนาการของเราเอง

 

ในปัจจุบัน สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย
โลกยุคนี้กับโลกยุคก่อนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
มนุษย์เรียนรู้ผ่านพัฒนาการที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน
และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่ง
ที่ทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์
เริ่มที่จะลดน้อยถอยลงและหมดไปเรื่อยๆ

 

แม้ว่าในสัตว์อื่น เราอาจจะสามารถพบเห็นความต้องการที่จะตายเช่นกัน
ตัวอย่างเช่นในกรณีของสุนัขบางตัวที่มีความรู้สึกผูกพันกับเจ้าของมากๆ
เมื่อเจ้าของตายไป มันจะปฏิเสธอาหารและอดตายตามเจ้าของไปด้วย
หรือม้าศึกในสมัยสงคราม เมื่อผู้ที่ขี่มันตายลง มันจะอยู่เฝ้าศพไม่ยอมไปไหน จนกระทั่งตายตามไปด้วย
แต่ทว่า พวกมันไม่ได้ลงมือทำร้ายตนเอง
หรือมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะตายอย่างเช่นมนุษย์แต่อย่างใด

 

ถ้าหากในอนาคต เหล่าสัตว์ที่ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงนั้น
ล้วนได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างดีทุกวัน
มันอาจจะมีการพัฒนาความรู้สึกนึกคิดให้มีระดับสูง
จนกระทั่งใกล้เคียงกับมนุษย์
อาจทำให้พวกมันมีความรู้สึกอยากจะฆ่าตัวตายจริงๆ เข้าสักวัน