Live

[Live] ปีใหม่

posted on 02 Jan 2007 16:50 by obvious  in Live

*entry นี้มีรูปค่อนข้างเยอะครับ อาจทำให้โหลดนานหน่อย แนะนำให้ไปขี้ หรือต้มบะหมี่ถ้วยรอครับ

วันขึ้นปีใหม่....

เพื่อนเก่าคนหนึ่งโทรมาแต่เช้า.....ประมาณตี๒ - ตี๓ ในวันแรกของปี ๒๕๕๐ ...เหนื่อยก็เหนื่อย ง่วงก็ง่วง เคาท์ดงเคาท์ดาวน์แมร่งไม่ต้องแระ ยังต้องตื่นขึ้นมากลางดึกรับโทรศัพท์อีก

"ฮัลโหล..."

"โหลๆ ปิงเหรอ....สวัสดีปีใหม่ว้อยยยย!!!"

"....อ...เออ....สวัสดีปีใหม่"

"ฮ่าๆๆ สวัสดีปีใหม่!!"

"เออ...สวัสดีปีใหม่!!"

"สวัสดีปีใหม่!!!"

"สวัสดีปีใหม่ว้อยยยยยยยย!!!!"

"สวัสดีปีหม่ายยยย!!!!!!"

"ว้อยยยย!!! สวัสดีว้อยยยย!!!"

สวัสดีปีใหม่โว้ยยยยยย!!!

สวัสดีว้อยยยย!!!




เมื่อวันสิ้นปีที่ผ่านมา บ้านผมเค้าจัดงานขึ้นบ้านใหม่กันครับ จะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ใช่บ้านใหม่อะไรนักหรอกครับ ความจริงไอ้บ้านใหม่หลังนี้ เป็นบ้านหลังข้างๆ บ้านผม ที่อาม่าเจ้าของคนเก่าเค้าอยากขายเอาเงินไปทำทุนอะไรสักอย่างเนี่ยแหละครับ

แล้วบังเอิญว่า...ไอ้บ้านหลังนั้น มันเสือกเป็นบ้านไม้ซะงั้น เป็นบ้านไม้แบบอาร์ตๆ โบราณหน่อยๆ สีทาไม้ลอกถลอกเกือบหมดแล้ว บรรยากาศโลเคชั่นก็ดูอาร์ตมากๆ คาดว่าถ้าปล่อยไว้อีกหน่อยโดยไม่มีการซ่อมแซมหรือปรับปรุง บรรดาเด็กแนวทั้งหลายมันจะพากันยกขบวนมาทำอาร์ตในบ้านหลังนี้เป็นหมู่คณะแน่ๆ

แม่ผมซึ่งชอบในความเป็นบ้านไม้ทรงโบราณเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว.....แกฝันว่าอยากอยู่บ้านเรือนไทยตอนแก่ครับ ก็เลยหน้ามืดไปซื้อบ้านต่ออาม่าข้างบ้านซะงั้น ซื้อมาหนึ่งล้านบาทถ้วน แถมยังต้องเอามาซ่อมต่ออีก....จึงกลายเป็นทำให้แถวบ้านผมเต็มไปด้วยเสียงตอกตะปู กับไสไม้อยู่ทุกวี่ทุกวัน ป๊อกๆๆ ครืดๆๆ นั่งฟัง นอนฟังเสียงนี้จนเริ่มจะชิน เป็นอย่างงี้อยู่ประมาณ๒ เดือนกว่าๆ ก็เสร็จสิ้นครับ


รั้วบ้านสีชมพู...ความจริงอยากได้สีส้มมากกว่า ปล.อย่าไปสนใจเงานั่นเลยครับ แหม...ไม่น่าพลาด

.

แต่ถ้ามองในแง่ดี...แล้วเอาภาพนั้นไป invert colors ก็จะได้ภาพวิญญาณมาหนึ่งภาพ ส่งขายสำนักพิมพ์ได้

.

บริเวณสวนหย่อมภายในบ้าน ออกแนวแห้งแล้งๆ ไงไม่รู้สิ

.

ค่อนข้างจะไม่มีอะไรให้ดูเท่าไหร่

.

ก๊อกน้ำเก่าๆ ซึ่งน้ำไม่ไหลแล้ว แต่เอาสายยางไปเสียบไว้เพื่อหลอกตา และหลอกตัวเองว่ามันยังใช้ได้ดี

.

สวนหย่อมโคตรแห้งแล้ง แต่ก็ยังเสือกหน้าด้านจัดสวนอีก

.

ตัวบ้านเป็นแนวทรงไทย สังเกตที่สาบ้าน..สีมันจะไม่เท่ากัน ...ช่างสีแก้ตัวว่า..."สีแบบนี้ มันเป็นสีไม้ของมันอยู่แล้วครับ สีมันจะไม่เท่ากัน เป็นธรรมดา" ...."อ่อ...เหรอครับ"

.

ใต้ถุนบ้าน ส่วนห้องที่เห็นประตูแล้วมีหน้าต่างติดกระจกนั้น คือ ห้อง V.I.P.

.

มันคือไอ้แพนด้าครับ blog เก่าเคยเล่าถึงมันครั้งนึง ถ้าใครจำได้...มันนี่แหละครับ ไอ้แพนด้า

.

ใครก็ไม่รู้บอกว่า...บ้านสมัยเก่า ต้องมีบันไดยื่นออกมานอกบ้านต่อเนื่องไปถึงชั้นบน

.

เอ...อีนี่เรียกกูจัง...อ่อ..ลืมบอกไป...อีแพนด้ามันท้องแล้วครับ พ่อของเด็กเป็นใครก็ไม่รู้ แหม..น่าสงสาร

.

มันคือซอกตึก...ไม่รู้ถ่ายมาทำซอกอะไร

.

เออๆ ถ่ายก็ถ่าย รูปสุดท้ายแล้วนะ มึงไม่ต้องมาเรียกร้องความสนใจกูเลย ...ไปไหนก็ไป

.

ภายในคือห้อง V.I.P แหม....เท่จริงๆ มีห้อง V.I.P. ในบ้านด้วย

.

หลังบ้านมีชั้นวางของซึ่งยังไม่ได้คิดว่าจะเอาไว้วางอะไร

.

และก็ยังไม่ได้คิด ว่าจะสร้างหลังบ้านเอาไว้ทำไม...เนื่องจากไม่มีเหี้ยอะไรเลยจริงๆ

.

มองจากหลังบ้าน จะสามารถมองทะลุจากห้อง V.I.P. ไปถึงบันไดหน้าบ้านได้

.

ถ้าหันไปทางขวา ก็จะเห็นประตูห้องน้ำ

.

ก๊อกน้ำหลังบ้าน แม้ปิดสนิท น้ำก็ยังไหล...เวลาจะปิดต้องกะจังหวะและแรงส่งดีๆ น้ำถึงจะหยุด

.

อุ๊ย...บ้านใหม่ ทำไมรกจัง

.

นี่ก็รก...

.

ใครมันทะลึ่งเอากล้วยกะข้าวไปวางไว้บนกำแพงบ้านตูฟร่ะ...

.

บันไดหลังบ้าน

.

เข้าไปในบ้านแม่งโคตรมืด แถมยังมีกลิ่นสีเคลือบไม้คละคลุ้งไปหมด

.

โหยยย...มืดชิบหาย

.

เออ...ทำไมกรูไม่เปิดไฟวะ

.

ผ่านม่านเข้าไปจะเป็นทางเดินเล็กๆ มุ่งไปสู่ห้องน้ำ มีหน้าต่างไว้ดูบรรยากาศภายนอก

.

มันคือห้องน้ำ....อยากจะบอกว่าชักโครก ถ้าใช้มือกดน้ำเฉยๆ ไม่ลง ต้องใช้ตีนกด ....ฝืดมากๆ

.

ตรงข้ามแผงม่าน ก็จะเป็นห้องๆ หนึ่ง คาดว่ามันจะเป็นห้องพระเร็วๆ นี้ เพราะมีพระพุทธเจ้าถึง๓ องค์ด้วยกัน

.

ห้องถัดจากห้องพระ มีกลอนสมัยเก่า แปลกดี

.

ข้างในเป็นห้องกว้างๆใหญ่กว่าห้องพระตะกี๊ประมาณ๒.๕ เท่า ภายในมีโต๊ะหมู่บูชาและพานบายศรีวางอยู่

.

หน้าต่างของห้องนี้ สามารถมองออกไป แล้วเห็นหน้าบ้านได้

.

แถมยังสามารถมองเห็นระเบียงหน้าบ้านได้อีกตะหาก โอ้วว...พระเจ้ายอด มรึงจอร์จมาก!!

.

...แต่จะดีกว่านี้ ถ้าพื้นสะอาดขึ้นอีกซักหน่อย

.

บันไดหน้าบ้านมีประตูปิดเปิดด้วยนะ

.

แต่ที่ไม่เข้าใจที่สุดก็คือ ทำไมบ้านทรงไทยมันต้องมีไอ้หงอนๆ นี่อยู่ด้วยฟร่ะ ...ไม่เข้าใจ ...มันมีประโยชน์อะไร ....ใส่ไว้เพื่อทำไม ...ไม่ชอบหงอน

.

ถ้าให้บอกตามตรงผมก็ตื่นไม่ทันงานขึ้นบ้านใหม่นี้หรอกครับ งานมันเริ่ม 6 ครึ่งของวันสิ้นปี แต่วันนั้นผมดันเสือกทะลึ่งตื่นเอาซะบ่ายโมง ก็เลยไม่รู้ว่าบรรยากาศของงานเป็นยังไงมั่ง พอผมตื่นขึ้นมา คนก็หร่อมแหร่มแล้ว...ผมก็เลยปล่อยเลยตามเลย...ไม่มาดูแม่งแล้วงานอ่ะ นอนต่อซะงั้น ....จึงทำให้ผมไม่ทราบว่าบรรยากาศของงานมันจะน่านวลใจขนาดไหน

ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ ถึงจะช้าไปนิด แต่ก็อยากบอกว่า....สวัสดีปีใหม่ครับ...