"อะไรที่ทำให้ลิงอย่างเรายกระดับจากสัตว์ชนิดอื่นได้ครับ?"
 
ผมเคยเอาคำถามนี้ไปถามคนงานวัยรุ่นเขมร สมัยตอนที่ไปฝึกงานที่ฟาร์มวัวนมแห่งหนึ่ง
 
เนื่องจากเกิดสงสัยขึ้นมาว่า เกิดเป็นวัวนมนี่โคตรจะโชคร้ายเลยชะมัด ถูกคนบังคับให้ทำโน่นทำนี่ ท้องโดยโดยตัวเองไม่อยาก ไม่ได้เห็นหน้าพ่อเด็ก1 แถมพอคลอดได้แป๊ปเดียวก็ถูกพาลูกไปอีกต่างหาก วันๆ ต้องนอนอยู่ในคอกที่มีแต่ตัวเมียล้วนๆ2 แถมขี้เยี่ยวก็เละเทะเต็มคอก พอถึงเวลาก็ต้องเดินไปให้นม พอไม่มีนมแล้วก็ถูกทำให้ท้องอีก แต่พอแก่ไปให้นมไม่ได้ก็ถูกขายให้โรงฆ่า ชีวิตวัวนมนี่น่าสงสารนะครับ
 
 
"อะไรที่ทำให้ลิงอย่างเรายกระดับจากสัตว์ชนิดอื่นได้ครับ?"
 
ผมถามเพราะผมสงสัยครับ ว่าเหตุใดมนุษย์อย่างเราๆ ถึงโคตรเจ๋งและเอาเปรียบชาวบ้านผู้ร่วมโลกได้แบบนี้
คนงานคนนั้นหยุดคิดนิดนึง ก่อนที่จะหันมาตอบติดตลกว่า
 
"คงเพราะเราขี้ในส้วมล่ะมั้ง 555"
 
 
ผมอาจถามผิดคน
 
 
 
 
ถ้าใครเคยเรียนประวัติศาสตร์โลกยุคหิน น่าจะจำกันได้ว่าจุดเปลี่ยนที่ถือเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษย์คือการสร้างเครื่องมือหินครับ  มนุษย์หินคนแรกที่สร้างเครื่องนี้ขึ้นมานี่ต้องเป็นคนที่มีความคิดล้ำนำสมัย กิ๊บเก๋ เท่เกินใครในยุคนั้นแหงๆ ที่อยู่ๆ เกิดเป็นบ้าหยิบหินสองอันมากระเทาะกันโป๊กๆ แต่งนั่นแต่งนี่ จนได้เครื่องมือหินรูปหยดน้ำตามรูปข้างล่างนี่แหละครับ
 
http://www.boneclones.com/images/ms-004_web-lg.jpg
[http://www.boneclones.com/images/ms-004_web-lg.jpg]
 
นี่ถือเป็นเทคโนโลยีชิ้นแรกของโลกเลยนะครับ เป็นขวานหินซึ่งต่อมาเรารู้จักกันในนามเครื่องมืออาชูเลี่ยน
 
จากนั้นก็เกิดการระบาดครับ พอเห็นคนทำถือไอ้นี่เดินไปมา คนอื่นที่เห็นก็ โอ้ว แม่เจ้า เท่ชะมัด ต่อจากนั้นก็ได้ยินเสียงโขกหินโป๊กๆ ทำเครื่องมือชิ้นนี้ออกมาเป็นว่าเล่น กลายเป็นแฟชั่นกิ๊บเก๋ในยุคนั้น - มีสถานที่แห่งหนึ่งในแอฟริกาที่เดินไปที่ไหนก็เจอแต่ขวานหินแบบนี้เต็มไปหมด เดินไปที่ไหนก็เหยียบโดน ทั้งๆ ที่เครื่องมือชนิดนี้เป็นเครื่องมือที่ถือว่าสร้างไม่ง่ายเลยนะครับ ต้องปราณีตจริงๆ
 
....แถมยังไม่มีประโยชน์อะไรอีกด้วย!
 
เนื่องจากมันมีน้ำหนักถึงประมาณ 10 กิโลกรัม อย่าว่าแต่ใช้ล่าสัตว์เลย เดินถือไปถือมาก็เหนื่อยแล้ว แต่คิดว่ามันคงใช้เป็นเครื่องมือในเชิงสัญลักษณ์อะไรสักอย่างละมั้งนะ (ซึ่งผมไม่รู้ครับ ไม่ใช่โรเบิร์ต แลงดอน)
 
 
ต่อจากเครื่องมือชิ้นแรก มนุษย์ก็เริ่มคิดว่าการเร่ร่อนล่าสัตว์เนี่ย โคตรน่าอภิมหาน่าเบื่อวายวอดยอดเซ็งเลยแม่เจ้าจริงๆ ก็เลยคิดเริ่มตั้งรกรากครับ เพาะปลูกเลี้ยงสัตว์  นี่ถือว่าเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นของมนุษย์ในการกำจัดความโคตรอภิมหาน่าเบื่อวายวอดยอดเซ็งเลยแม่เจ้าของการเดินทางเร่ร่อนไม่เป็นหลักแหล่ง มาตั้งหลักปักฐานในสถานที่เหมาะๆ แห่งหนึ่ง เริ่มเพาะปลูก และเอาสัตว์ป่ามาเลี้ยงใช้ประโยชน์
 
พอตั้งรกรากอยู่กันครอบครัวหนึ่ง วันดีคืนดี มีอีกครอบครัวเดินก้มหน้างุดๆ เดินผ่านมาเห็นเค้า  โอ้ว แม่เจ้า เท่จริงๆ ครอบครัวนั้นก็เลยเดินเข้าไปสื่อสารกันกับครอบครัวที่อยู่ก่อนหน้าได้ใจความว่า ขออยู่ด้วยนะตัวเอง  จาก 1-2 ครอบครัว ก็ขยับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นสังคมมนุษย์ก็บังเกิด
 
เราเริ่มจากจุดๆ นี้ ก่อร่างสร้างอารยธรรมของเรามา จากอยู่ในถ้ำ แล้วก็เป็นอียิปต์หรือเมโสโปเตเมียก็ช่างเถอะ จนกลายมาเป็นนิวยอร์ค มุมไบ ฮ่องกง คาลการี หรือเชียงใหม่ และเราก็ไม่เคยหยุดนิ่งซะที ความเป็นไปได้คือมนุษย์เป็นลิงที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้เราก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นี่คือสิ่งที่อธิบายว่าเหตุใดเราจึงยกระดับขึ้นมาจากสัตว์อื่น
 
แน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้เราไม่หยุดนิ่งนั้น จะเห็นได้ว่าเกิดจากความนึกคิดหรือจิตใจ (Mind) ของมนุษย์ครับ
 
 
อะไรคือคำว่าจิตใจ?
 
จิตใจของสัตว์คือสัณชาตญาณครับ โดยรวมๆ แล้วก็หลากหลายมากทีเดียว มันเป็นความจำเพาะของสัตว์ แถมมันยังเป็นความจำเพาะของแต่ละตัวอีกด้วย
 
จิตใจของมนุษย์นั้นเป็นตัวสร้างหนังหรือการ์ตูนดีๆ สักเรื่อง เป็นตัวผลักดันและเขียนประวัติศาสตร์ เป็นตัวควานหาสิ่งใหม่ๆ ที่มาคอยเติมเต็มชีวิต ความหาคำตอบให้กับคำถาม นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่สร้างความหายนะได้ในบางที  จิตใจของคนเราเป็นแรงขับดันพฤติกรรมชนิดหนึ่งที่น่ามหัศจรรย์อย่างมากนะครับ เกินกว่าสัตว์ชนิดใดๆ ในโลกเลยทีเดียว
 
แล้วทราบมั้ยครับว่าจิตใจสร้างขึ้นจากอะไร?
 
.......(ให้เวลาคิด).......
 
 
 
ผมเชื่อว่าหลายคนคงตอบว่าสมอง ซึ่งเป็นศูนย์รวมการทำงานทางด้านต่างๆ ของร่างกาย เป็นที่รวบรวมความรู้สึกนึกคิด ประกอบไปด้วยหลืบร่องมากมาย ที่นักประสาทวิทยาต่างพากันสนใจศึกษาและหาคำตอบ มีคนกล่าวเอาไว้ว่าสมองคือจักรวาลอีกมิติหนึ่งเลยทีเดียว
 
ที่จริงตอบว่าสมองก็ไม่เชิงว่าจะผิดอ่ะนะ  แต่ถ้าให้พูดลึกลงไปอีก แก่นของจิตใจคือกระแสไฟฟ้าครับ เป็นคลื่นไฟฟ้าความเร็วสูงปรี๊ด เร็วขนาดไหนให้ลองคิดถึงโฆษณา 3BB ดูครับ...
 
ผู้หญิงคนหนึ่ง เกิดเปรี้ยวปากมากอยากกินบ๊วยเค็มขึ้นมา
โอ๊ะๆ เดินผ่านร้านขายของชำพอดี เห็นอาตี๋ตัวเล็กๆ ตาตี่ๆ อ้วนๆ เหมือนเคยอยู่บนขวดตราเด็กสมบูรณ์ยังไงยังงั้นยืนอยู่ในร้าน เธอจึงเดินเข้าไปถามว่า
 
"อาตี๋ ห้องน้ำไปทางไหน?"  เฮ้ย! ไม่ใช่ "อาตี๋ บ๊วยเม็ดนึง"
 
อาตี๋ทำหน้างงเล็กน้อย (เพราะไม่เคยขายของมาก่อน แถมกำลังจะออกไปขี่จักรยานแซวสาวที่ซอย 4) ก่อนที่จะเปิดกระปุก นับเม็ดบ๊วย 1 เม็ก 2 เม็ก.....6เม็ก
 
"อ้าวอาตี๋ สั่ง 1 เม็ด ทำไมได้ตั้ง 6 เม็ดล่ะ??"

ถึงตรงนี้ ถ้าเป็น 3BB อาตี๋จะทำหน้าตาน่ารัก ก่อนจะบอกว่า "ม่ายยยยคิกเพิ่มมมมมม" (โฆษณานี้แม่ผมชอบพอๆ กับโฆษณาหมูฉึกๆ เลยครับ แม่ผมบอกว่าตลกดี)
ส่วนหากเปลี่ยนจาก 3BB เป็นคลื่นกระแสไฟฟ้าในสมองแทนล่ะก็ อาตี๋จะพูดว่า "บ๊วยม่ายยยพอ" แทนครับ อาตี๋ต้องเอาบ๊วยมาอีก 2 กระปุกยกให้น้องผู้หญิงเค้าไปในราคาบ๊วยบาทเดียวเองครับถึงจะเท่าความเร็วของใจคนเรา ซึ่งเป็นคลื่นที่เร็วกว่า 3BB มากโขอยู่นิ
 
ถ้าจะให้เปรียบเทียบ สมองนั้นคงจะทำหน้าที่เป็นเหมือนสวิซต์คอยเปิดปิดสิ่งต่างๆ ที่กระแสไฟฟ้าหรือกระแสประสาทเป็นตัวคอยสั่งการ พูดแบบง่ายๆ ก็คือ จิตใจเป็นตัวทำให้สมองทำงาน แก่นแท้ของสัตว์คือจิตใจ และแก่นแท้ของจิตใจคือกระแสไฟฟ้า (อืม...ไม่ง่ายเท่าไหร่นะ)
 
การที่มนุษย์เรามีตัวสับสวิซต์ และมีสวิซต์ที่มีประสิทธิภาพนี่เอง ที่ทำให้ลิงตัวน้อยๆ อย่างเรา เหนือกว่าสัตว์อื่นขึ้นมา
นับเป็นการพัฒนาการที่ชาญฉลาดที่สุด ที่ลิงอย่างเราเลือก (ที่จริงเป็นเพราะความบังเอิญ) ที่จะพัฒนาสมองส่วนความนึกคิดนี้ขึ้นมา แทนที่จะพัฒนาการในส่วนของร่างกาย การมองเห็น หรือการได้ยิน
 
แต่ก็อย่าแน่ใจนักในเรื่องนี้ บางทีการพัฒนาสมองส่วนความนึกคิดนั้นอาจเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ก็เป็นได้ มันทำให้เราเบียดเบียนสัตว์อื่น เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม เบียดเบียนกันเอง แก่งแย่งแข่งขัน ถือตนเป็นใหญ่ ก่อสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มานักต่อนัก อย่าลืมว่าเหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ
 

สมองส่วนที่ใช้ตัดสินด้านจริยธรรม3ของคนเรา
มิได้คงที่ดั่งเช่นในสัตว์แต่อย่างใด
 

 
________________________________________________________________

 
1 ปัจจุบัน เกือบทุกที่ในประเทศไทยที่เลี้ยงวัวนมจะใช้การผสมเทียมเอาครับ เนื่องจากความสะดวกในการจัดการ และเรื่องของธุรกิจด้วยอ่ะนะ
 
2 เนื่องจากการเลี้ยงวัวนมเป็นในแง่ของการปศุสัตว์เพื่อผลิตสินค้าออกมาให้คนกิน วัวที่ให้นมไม่ได้หรือวัวตัวผู้ก็จะถูกคัดออกขาย เพื่อฆ่าเอาเนื้อมากินครับ ลูกวัวที่คลอดออกมาใหม่ๆ ถ้าเป็นวัวตัวเมียก็จะเข้าสู่วงจรการให้นม แน่นอนว่าถ้าเป็นตัวผู้ก็จะมีการขายออกในราคาถูกๆ ครับ เนื่องจากไม่จำเป็นต่อธุรกิจนม  พวกไส้กรอกเนื้อลูกวัวอะไรนี่ส่วนใหญ่น่าจะมาจากเนื้อของลูกวัวนมนะครับ
 
3 นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า สมองส่วนที่ตัดสินว่าเราจะเป็นคนดีหรือไม่ดีนั้น คือส่วนที่เรียกว่า 'Cingulate Gyrus' ซึ่งอยู่ในส่วนของสมองส่วนกลาง อยู่เหนือล้อมรอบ corpus callosum ที่เชื่อมสมองสองซีกไว้ด้วยกันนั่นเองครับ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้แน่ชัดซักเท่าไหร่
 
File:Gray727 cingulate gyrus.png
[http://en.wikipedia.org/wiki/File:Gray727_cingulate_gyrus.png]
 
 

 

Comment

Comment:

Tweet

ว้าวๆ ความรู้ ขอบคุณมากคร้าบผม

#1 By hackerlife on 2010-12-05 14:49