อะไรอะไรก็มีที่น้องจักรวาล
posted on 27 Nov 2008 07:47 by obvious in Mean
จักรวาลเป็นที่รวมของทุกสิ่งทุกอย่างครับ
ไม่ว่าจะเป็นตัวเรา ร้านชายสี่หมีเกี๊ยว บล็อคพี่วิชัย ดาวเคราะห์น้อย ปลาตกเบ็ดน้ำลึก เพลสเตชั่นทรี ทวินฟามิคอม รวมไปทั้งจอมมารบู ก็ล้วนมีอยู่ในจักรวาลทั้งสิ้น
ถ้าบอกว่ากระเป๋าของลุงโดเรมอนมีทุกอย่างแล้ว
ดังนั้นจักรวาลก็คือกระเป๋าโดเรมอนคูณด้วยร้อยล้าน
ในจักรวาล มีอะไรหลายอย่างที่เราไม่รู้จักอยู่มากมายและหลากหลายมากครับ
มีทั้งดาวยักษ์แดง รังสีคอสมิค ดาวเคราะห์น้อย ก้อนหินยักษ์ ก้อนน้ำแข็ง
ในจุดที่เลยพลูโตออกไปมีสถานที่ที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่าหมู่เมฆออร์ต ซึ่งอยู่ห่างจากโลกเรามากหลายช่วงเป็ดครับ ถ้าเราคิดว่าระยะทางจากโลกไปยังพลูโตไกลแล้วล่ะก็ ระยะทางจากโลกไปถึงหมู่เมฆออร์ตกลับอยู่ไกลกว่านั้นเป็นพันๆ เท่า ซึ่งเรารู้อะไรๆ เกี่ยวกับมันน้อยมาก
เพราะลำพังแค่สิ่งที่อยู่ใต้เท้าเรา ในชั้นหินหลอมเหลว หรือแกนของโลกเราเองแท้ๆ เราก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันมากนัก
จักรวาลในขอบเขตที่เรารู้จักนั้นคงมีขนาดกว้างแค่ล้านล้านล้านล้านไมล์ ตามทฤษฎีจักรวาลขั้นสูงเท่านั้น
แต่ในความเป็นจริงแล้วมันกลับกว้างกว่านั้นมากครับ จนเราบอกตัวเลขที่แท้จริงไม่ถูกเพราะมันขยายตัวอยู่เสมอ
ในสถานที่ที่กว้างใหญ่มหาศาลแบบนี้
เวิ้งว้างแบบนี้
หลากหลายแบบนี้
ทั้งหมดทั้งมวลล้วนถือกำเนิดขึ้นมาจากจุดๆ เดียวครับ
เป็นจุดเล็กๆ เล็กมาก เล็กจนหน้าเกลียด แทบไม่น่าเชื่อว่ามันจะสามารถเอาจอมมารบูหรือก๋วยเตี๋ยวเป็ดสักชามยัดเข้าไปในจุดๆ นั้นได้
เทียบง่ายๆ ครับ สมมุติว่ามีจุดอยู่ตรงนี้ . หนึ่งจุด
แล้วอีจุดข้างบนเนี่ย มันมีจำนวนอิเล็คตรอนอยู่ถึงห้าแสนล้านตัวเชียวนะ
(หวังว่าทุกคนคงรู้จักอิเล็คตรอนนะครับ เอาเป็นว่าถ้าเอ็งเป็นเด็กวิทย์แล้วไม่รู้จักอิเล็คตรอนล่ะก็ ผมแนะนำให้ไปเผาโรงเรียนที่เอ็งเรียนมาซะนะ
แต่ถ้าเป็นเด็กศิลป์แล้วไม่รู้จักมันมาก่อน ผมคงอธิบายได้แค่ว่าอิเล็คตรอนมันคืออนุภาคชนิดหนึ่งซึ่งมีประจุลบและเป็นองค์ประกอบหนึ่งของอะตอมครับ แต่ถ้ายังไม่รู้จักอะตอมอีก แนะนำให้ไปหาเรื่องเจ้าหนูอะตอมมาอ่านครับ เพราะมันสนุกมาก)
โอ๊ะๆ ทุกคนคงคิดว่าแค่อนุภาคของอิเล็คตรอนก็เล็กมากแล้วใช่มั้ยครับ
แต่จุดที่ผมพูดถึงข้างต้น จุดกำเนิดของจักรวาลนั้น
มันดันทะลึ่งเล็กกว่าอนุภาคอิเล็คตรอนถึงหนึ่งในพันล้านเท่า! ซึ่งผมก็เคยคิดเหมือนกันครับว่ามึงจะเล็กไปไหน
ซึ่งจุดที่ว่านี้แขวนลอยอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางความว่างเปล่าครับ
ความว่างเปล่าที่ผมพูดถึงนี้เนี่ย ผมหมายถึงว่ามันว่างเปล่าจริงๆ นะ
หลายคนอาจจะคิดภาพว่ามันมีจุดๆ หนึ่งลอยอยู่เดี่ยวๆ ท่ามกลางความมืดงั้นสินะครับ
แต่ผมจะบอกว่ามันไม่ใช่ว้อยยยย
ในตอนนั้นมันไม่มีอะไรเลยครับนอกจากจุดๆ เดียว
ไม่มีความมืดหรืออะไรทั้งนั้นที่ล้อมรอบมันอยู่
อาจจะไม่มีอดีตเลยด้วยซ้ำเพราะมันไม่มีสิ่งที่เรียกกันว่าเวลา
แล้วจากจุดเล็กๆ นั่นแหละครับ
ที่จู่ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เริ่มต้นขึ้น
ไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัดครับ คงเหมือนจังหวะปวดขี้ท้องเสียหล่ะมั้ง ที่มันจะไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเราล่วงหน้า จู่ๆ มันก็เสือกดันมาเคาะประตูตูดเราซึ่งเหมือนกับค่ายบางระจันซะงั้น แน่นอนครับ ในเมื่อทางกรุงศรีเขามิให้หยิบยืมปืน จึงไม่อาจหยัดยืนรักษาค่ายบางระจัน ถ้าเราหาทางลงไว้ไม่ดี อาจเรี่ยราดได้
โชคดีที่จักรวาลของเรานั้นมีความว่างเปล่ารองรับอยู่มากมายมหาศาล จึงไม่เป็นปัญหาเลยครับ ถ้าจู่ๆ ไอ้จุดๆ นั้นมันดันเกิดบึ้มอยู่ในที่แคบๆ ขนาดเล็กเท่าโลกเราแล้วหล่ะก็ ปัจจุบันนี้พวกเราคงมีขนาดเท่าแบคทีเรียตัวเล็กๆ แล้วคิดว่าโลกนี้ทำไมมันกว้างยังงี้ว้า
ผมบอกไม่ถูกครับว่าวินาทีแรกของเหตุการณ์กำเนิดทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปยังไง เพราะนักจักรวาลวิทยาทั่วโลกต่างก็พยายามเค้นหัวนมหาคำตอบเหล่านี้อยู่อย่างสู้ตายถวายตูด แล้วตูจะมาเฉลยแบบคิดเองเออเองมันก็ดูจะแถๆ ไปหน่อยนิ
เอาเป็นว่า...จากที่ไม่มีเป็ดอะไรเลย จักรวาลของเราก็เริ่มขึ้น
แค่จังหวะหายใจเข้าครึ่งอึกของพะยูน การขยายตัวของจุดเล็กๆ จุดนั้นก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วครับโดยไม่มีสิ่งใดบอกล่วงหน้า หายใจเข้าอีกครึ่งอึก มิติต่างๆ ก็ถูกสร้างขึ้นมาทับซ้อนกันอย่างต่อเนื่อง หายใจออกอีกครึ่งอึก ทฤษฎีและกฎฟิสิกส์หลากหลายก็ค่อยๆ อุบัติขึ้นมา รวมทั้งแรงดึงดูดและแรงอื่นๆ ด้วย หายใจออกอีกครึ่งอึก ภายในเวลาแค่อึดใจพะยูน เราก็ได้จักรวาลที่มีความกว้างถึงหนึ่งพันหกล้านล้านกิโลเมตรมาเชยชมแล้ว ทั้งยังขยายต่อไปอีกเรื่อยๆ อีกด้วยนะ
เพียงแต่ว่าตอนนี้มัน...ยังร้อนชิบหอย อุณภูมิตอนนั้นสูงถึงหมื่นล้านองศาเชียวนะครับ! ถ้าเราเอาไก่เข้าไปย่างตอนนั้น คาดว่าแม้แต่ไม้เสียบไก่ก็คงไม่ได้แดก ซึ่่งความร้อนนี่แหละครับที่ทำให้เกิดการชนของอนุภาคขึ้นอย่างมากมายและท่วมท้นเป็นปฏิกิริยานิวเคลียร์ก่อให้เกิดธาตุเบาขึ้น ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นพวกไฮโดรเจนกับฮีเลียมนั่นแหละนะ และภายในสามนาทีหลังการระเบิดนั้นสสารที่มีอยู่เกือบทั้งหมดก็เกิดขึ้นพร้อมใช้
แค่สามนาทีเท่านั้น จากไม่มีสิ่งใดเลยกลับกลายเป็นว่ามีทุกสิ่งซะงั้น อารมณ์คงเหมือนคนเก็บขยะ ที่จู่ๆ ก็ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งหล่ะมั้งนะ เปรียบไม่ถูกแฮะ แต่รู้สึกว่าอารมณ์มันจะประมาณนั้น
เหล่านี้คือบิ๊กแบง (Bigbang) ครับ
ที่จริงบิ๊กแบงมันก็ไม่ใช่การระเบิดอะไรตูมตามเหมือนกับพลุวันขึ้นปีใหม่หรอกครับ มันก็แค่การขยายตัวอย่างรวดเร็วเหมือนตอนโกคูเอานิ้วจิ้มหน้าผากแล้ววาปเท่านั้นเอง โดยทฤษฎีบิ๊กแบงจะสนใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังการขยายตัวนั้นครับ นักวิทยาศาสตร์ต่างก็ขบคิด สร้างสมการออกมาต่างๆ นานา แล้วก็ทดลองเร่งอนุภาคให้เข้าชนกัน เช่นที่เซิร์นเป็นต้น โดยหวังว่าจะสามารถมองย้อนกลับไปถึง 10-43 วินาทีหลังกำเนิดจักรวาลได้
เคยคิดมั้ยครับว่ามันเป็นอะไรที่ โอ้โห แม่เจ้ามาก
อะไรที่ทำให้ผมสามารถนั่งเกาหัว แคะขี้เล็บ ใช้สมอง กดแป้นพิมพ์ อัพบล็อคอยู่อย่างนี้ได้ แน่นอนครับ มันคืออินเทอร์เน็ตหอของผม เออ....ไม่ใช่อย่างงั้นครับ แบบว่าอะไรที่ทำให้เรามาอยู่ตรงนี้อ้ะ อะไรทำให้พวกคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ได้กันครับ ....แน่นอน มันคือความอดทน ....เออ ....ก็ยังไม่ใช่อยู่ดีนั่นแหละ ที่ผมพูดเนี่ยหมายถึงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและเหมาะเจาะของจักรวาลที่มีต่อเราต่างหากหล่ะ
ถ้าจักรวาลมันสร้างผิดไปจากนี้นิดเดียวแล้วหล่ะก็อาจจะไม่มีพวกเรา ไม่มีคุณ ไม่มีผมก็ได้นะ ถ้าแรงโน้มถ่วงมากหรือน้อยกว่านี้สักหน่อยหนึ่ง หรืออัตราการขยายตัวเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ธาตุที่สร้างเราขึ้นมาอาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
นี่ทำให้นักจักรวาลวิทยาบางกลุ่มเชื่อว่าน่าจะมีบิ๊กแบงอื่นนอกจากบิ๊กแบงนี้อยู่อีกนะ อาจจะเป็นล้านล้านล้านล้านล้านล้านบิ๊กแบงก็เป็นได้ แต่ที่เรามาอยู่ตรงนี้ นั่นก็เป็นเพราะเราสามารถดำรงอยู่ได้ในบิ๊กแบงแบบนี้ก็เท่านั้นเอง
มาร์ติน รีย์ (Martin Rees) ราชบัณฑิตทางด้านดาราศาสตร์ท่านหนึ่งเชื่อว่ามีตัวเลขเพียงหกจำนวนเท่านั้นครับที่กำลังทำการควบคุมน้องจักรวาลของเราอยู่ ถ้าหากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งในหกจำนวนนี้เปลี่ยนไปแล้วหล่ะก็..... บึ้มมม!! กลายเป็นโกโก้ครั้นนนนนครับ น้องจักรวาลอันอ่อนโยนแสนหวานที่เรารู้จัก อาจจะกลายเป็นน้องจักรวาลหน้าโหดใจเหี้ยมก็เป็นได้
แล้วพวกเราก็ไม่เหมาะสมที่จะอยู่ร่วมก็น้องเค้าอีกต่อไป
การบิดโค้งของจักรวาลนี่ก็น่าสนใจครับ เป็นอะไรที่ท้าทายความรู้ของเรามาก แบบประมาณว่า สมมุติเทคโนโลยีของโลกเราเกิดพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนสามารถประดิษฐ์ยานอวกาศที่สามารถบินด้วยความเร็วแสงโดยใช้เชื้อเพลิงจากขี้ไคลอูฐขึ้นได้สำเร็จ แล้วเราก็ส่งมันออกไปนอกโลก จุดหมายคือการสำรวจขอบจักรวาล
ถ้าเราคิดตามสามัญสำนึกปกติธรรมดาสามัญใช่แมะครับ หากเราเอายานบินตรงไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ สักวันมันก็ต้องไปถึงขอบของจักรวาลได้อยู่ดี ไม่ต้องไปคิดอะไรกับมันมาก แต่นี่เหวย พอเราบินตรงไปเรื่อยๆ กลับกลายเป็นว่า เรากลับมายังจุดเริ่มต้น กลับมายังโลกของเราแทนซะอย่างงั้น งงชิบเป๋ง
จักรวาลไม่โค้งงอเป็นทรงกลมแบบโลกครับ แต่มันจะบิดเกลียว ควงสว่าน ซัมเมอร์ซอล หรืออะไรก็ตามที่ตอนนี้เรายังไม่อาจจินตนาการถึงได้ อวกาศมันจะบิดโค้งในรูปแบบที่ทำให้มันไร้ขอบเขตทั้งๆ ที่ถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่เท่าเดิม ซึ่งเรื่องเหล่านี้สร้างความงงงวยแก่นักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก
ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็คือสมมุติให้มีชายคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่บนดาวที่มีแต่ความแบนราบเท่านั้น สมมุติว่าชื่อทักษิณละกันจะได้เรียกง่ายๆ ทักษิณที่ดาวนั้นเป็นคนเก่งมากครับ คิดโน่นคิดนี่ ทำโน่นทำนี่ จนเป็นที่รักแกคนทั่วไป แต่ไปไงมาไงก็ไม่รู้ถึงไปพัวพันกับคดีซุกกางเกงในได้ ก็เลยหนีคดีรวมทั้งถูกขับไล่ไสส่งออกจากดาวดวงนั้นมายังโลก
เนื่องจากทักษิณเป็นคนรวยมากครับ ก็เลยไปซื้อสโมสรฟุตบอล ...ไม่ใช่แล้ว ก็เลยคิดจะเที่ยวโลกโดยการนั่งเครื่องบินส่วนตัวครับ โดยนั่งบินตรงไปเรื่อยๆ แล้วเขาก็พบว่า เขาได้กลับมายังจุดเริ่มต้นจุดเดิมที่เขาขึ้นเครื่องอีกครั้งซะอย่างงั้น และคนที่มาจากดาวที่มีแต่ความแบนราบเท่านั้นรวมทั้งไม่รู้จักทรงกลมเลยสักนิดอย่างทักษิณก็รู้สึกงงสิครับ อธิบายไม่ถูกว่าทำไมตูถึงกลับมาที่จุดเริ่มต้นจุดนี้ได้ฟร่ะ มันเป็นยังไงกันหล่ะเหวย เดี๋ยวปั๊ดโฟนอินเลยดีไหมหนอ
ความรู้สึกของเราเวลาเดินทางในจักรวาลแล้วกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้งก็คงประมาณอย่างงั้นแหละครับ เพียงแต่ว่าความงงของเรามันซับซ้อนกว่านั้นมาก
แต่ยังไงก็แล้วแต่ ถึงจะยังไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นชิ้นเป็นอันก็ตามที พวกเราก็เกิดขึ้นมาแล้วครับ ทั้งร้านชายสี่หมี่เกี๊ยว บล็อคพี่วิชัย ดาวเคราะห์น้อย ปลาตกเบ็ดน้ำลึก เพลสเตชั่นทรี ทวินฟามิคอม รวมไปทั้งจอมมารบู ก็ล้วนเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งการเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกมิติใช้เวลารอเพียงสามนาทีเท่ากับการต้มบะหมี่ถ้วยเองนะ
ความแปลกประหลาดและชวนพิศวงของจักรวาลเป็นอะไรที่น่าหลงไหลสำหรับมนุษย์เสมอไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็ตาม การพยายามที่จะทำความเข้าใจมันให้ถ่องแท้ รวมไปถึงรู้แจ้งในสิ่งต่างๆ รอบตัว อาจเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ต้องการเอาชนะทุกสิ่ง
จะเห็นได้ว่าภาพงานเขียนฝาผนังถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์ของมนุษย์ มีแต่ภาพที่เต็มไปด้วยการล่าและการทำลายล้างเท่านั้น บางทีนิสัยชอบเอาชนะของมนุษย์ มันอาจจะเริ่มต้นฝังรากลึกลงในตัวตนและจิตวิญญาณของเราตั้งแต่ตอนนั้นก็เป็นได้

ไอ้จุดกระจึ๋งนั้นอยู่ๆมันก็ตีโพยตีพายกลายเป็นจักวาลแฮะ
ถ้ากำลังจะพูดว่ามีเรื่องมากมายบนโลกนี้ที่เรายังไม่รู้
ลองเปลี่ยนมาเป็น มีเรื่องโคสสสสต์มายมากบนจักรวาลนี้ที่เรายังไม่รู้ คงจะเป็นอะไรที่เหนื่อยใจน่าดู
มหาสมุทรว่าลึก ท้องฟ้าว่ากล้าง แล้วจักรวาลนี่...เรียกไรดี
#1 By ire_u on 2008-11-27 17:35