ผมเป็นคนชอบจดบันทึกครับ  เวลาไปเที่ยวไหนไกลๆ ผมก็เลยมักจะพกหนังสือสามเล่มติดตัวใส่กระเป๋าไปด้วยเสมอ 

สมุดเล่มแรก - แน่นอนมันคือไดอารี่ของผมครับ  เหตุผลของการเขียนมันก็คือ 'เอาไว้อ่านตอนแก่' และ 'เห็นคนอื่นเขียนก็เลยอยากเขียนบ้าง'  นับว่าสนุกใช้ได้ครับ เวลาหยิบเอาไดอารี่เก่าๆ ของตัวเองมาอ่าน  เราจะรู้ว่าตัวเองเป็นคนงี่เง่าขนาดไหน ก็ตอนอ่านไดอารี่ของตัวเองนี่แหละ

สมุดเล่มที่สอง - มันคือสมุดวาดภาพครับ เนื่องจากผมเป็นคนชอบการวาดรูป เวลาไปไหนเห็นที่สวยๆ แล้วก็อยากจะวาดโพรเทรตสถานที่นั้นลงไป  ทั้งหอระฆัง  วงเวียนน้ำพุ  เสาไฟฟ้า  แม้กระทั่งกรงซากสัตว์อาจารย์ใหญ่ที่คณะ  หรือบางครั้งก็อิมโพรไวซ์ความรู้สึกตัวเองวาดออกมาเป็นภาพๆ หนึ่ง  มันช่วยให้เรามีเวลาคุยกับตัวเองมากขึ้น  รู้จักตัวเองมากขึ้น  ตอนที่วาดภาพเนี่ยรู้สึกเหมือนได้หลุดไปอีกโลกเลยครับ  สรุปง่ายๆ ก็คือ สมุดเล่มนี้มีไว้เพื่อหย่อนใจนั่นเอง

สมุดเล่มที่สาม - เล่มนี้ผมเอาไว้จดอะไรจิปาถะที่เห็นว่าน่าสนใจครับ  สาระบ้างไร้สาระบ้าง บางครั้งก็เอาไว้จดพวกข้อคิดคำคมต่างๆ ที่มาจากทั้งคนดังๆ [ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาจากการกล้าจินตนาการ - จอนห์น ดิวอี้]  และคิดเอง [จงอย่าปิดตา เวลาข้ามถนน]


เนื่องจากบล็อคนี้ก็ค่อนข้างที่จะสะอาดสะอ้าน (ร้าง - ล้าง) มานานแล้วพอสมควร
ซึ่งยังความตะขิดตะขวงใจให้ข้าน้อยเช่นเดียวกัน 

เอาหน่า....ยังไงทุกโคนนนนน คงให้อภัยปิงใช่ม๊ายยยยย
วันนี้นานๆ มาที  ก็เลยเอาสิ่งที่ผมเห็นว่าน่าสนใจที่จดอยู่ในสมุดบันทึกเล่มที่สามนี้ส่วนหนึ่งมาลงละกันครับ เพื่อให้บล็อคมันดูเหมือนมีการเคลื่อนไหวบ้าง  จะได้รู้ว่าปิงยังไม่ตายนะทุกโคนนนนนนนน

 

ปล.เรื่องการมีสมุดจดบันทึกเป็นของตัวเองเนี่ย ผมสนับสนุนอย่างแรงครับ  เพราะบางครั้งไอเดียอะไรเจ๋งก็มักผุดขึ้นมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเหมือนกันนะ  ดังนั้น อ่านบล็อคนี้จบแล้ว... ก็ไปเลยไป  ไปหาซื้อสมุดเปล่าๆ มาติดตัวกันได้แล้วว้อยยย

_______________________________________________________________________________


ส่วนหนึ่งจากบันทึกหมายเลขสามของข้าน้อยครับ

- ซูดานมีพีระมิดรวมกันมากกว่าอียิปต์

- คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิแพ้ไม่ควรกินแมลงทอด เพราะมันมีสารฮีสตามีนอยู่ เดี๋ยวอาการจะยิ่งไปกันใหญ่นะ

- กล้ามเนื้อของมนุษย์เรานั้นถูกออกแบบมาให้ดึงไม่ใช่ผลัก  เพราะฉะนั้นวันหลังถ้าคิดจะเดินเข้าประตูเซเว่นฯ เราจึงควรดึงประตูเข้ามาหาตัว

- วัวสามารถยืนหลับได้ แต่ถ้ามันอยากจะฝัน มันจะล้มตัวลงนอน

- โคนมต้องให้นมในปริมาณมากเลยทำให้ขาดสารอาหารพวกเกลือแร่ได้ง่าย จึงอาจจะเกิดนิสัยแปลกๆ เช่นกินดิน เลียเหล็ก เลียมือคน ที่มันทำอย่างนี้ก็เพื่อต้องการทดแทนเกลือแร่ที่มันสูญเสียไป

- ปลาโลมาเวลาหลับสมองของมันจะหลับครึ่งเดียว

- ความจริงคนไทยก็สามารถตั้งชื่อรองหรือชื่อกลาง (middle name) ได้แบบพวกฝรั่งเหมือนกัน  เพียงแต่ไม่เป็นที่นิยมก็เท่านั้น

- โนริสาหร่ายคือสาหร่ายทะเล เพราะโนริแปลว่าทะเล

- โปรแกรมเนโร (Nero) ที่เอาไว้เผาแผ่นนั้น (Burn CD) มีที่มาจากชื่อจักรพรรดิเนโร  จักรพรรดิที่เผากรุงโรมจนมอดไหม้

- โรงงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยของบริษัทสิงห์  อยู่จังหวัดสิงห์บุรี

- ดวงจันทร์ด้านที่เรามองอยู่นั้น มีร่องรอยการถูกชนด้วยอุตกาบาตน้อยกว่าอีกด้าน เนื่องจากมีโลกของเราบังอยู่มันจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก  ผิดกับอีกด้านที่หันเข้าสู่จักรวาล  [พูดง่ายๆ ก็คือ ดวงจันทร์หันหน้ามาทางเราแต่หันตูดไปหาจักรวาล]

- อากาศเย็นทำให้เราหิวง่ายและหิวเร็วมากกว่าอากาศร้อน

- ปลาตีนปีนต้นไม้ได้

- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดล้วนมีเส้นขนอยู่บนใบหน้า  ถ้าถามว่าโลมาหรือวาฬก็มีหนวดใช่มั้ย คำตอบก็คือใช่

- จากผลการวิจัยพบว่า คนจะเลือกซื้อหรือเลือกฟังเพลงที่คนอื่นซื้อคนอื่นฟังมากกว่าปัจจัยอื่น  ยิ่งคนอื่นฟังมากเราก็จะฟัง โดยมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณภาพของเพลงเลยแม้แต่น้อย  นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า 'บริตนีย์ เอฟเฟกต์'

- กบไม่สามารถอาเจียนได้

- โดยเฉลี่ยแล้วเมื่อเวลาผ่านไป 20 นาทีหลังเริ่มทานอาหารแล้ว  สมองของเราจะสั่งการให้เรารู้สึกอิ่ม ไม่ว่าเราจะกินมากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม  เพราะฉะนั้น ถ้าอยากผอม  ก็จงกินช้าๆ เนิบๆ แบบผู้ดีซะนะ

- เครื่องบินเวลาลงจอด ล้อหลังจะลงก่อนล้อหน้า

- เวลาที่เราเปิดทีวีไปยังช่องอะไรก็ได้ที่ไม่มีสัญญาณนั้น ประมาณ 1% ของคลื่นซ่าๆ ที่เราเห็น คือสัญญาณรบกวนจากรังสีคอสมิค ซึ่งเป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากต้นกำเนิดของจักรวาลหรือบิ๊กแบง  ดังนั้นอย่ามาทำเป็นบ่นว่าไม่มีอะไรให้ดู

- สมัยที่พระถังซัมจั๋งออกเดินทางไปอินเดียหรือชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกนั้น  ประเทศจีนยังมีกฎห้ามคนเดินทางออกนอกประเทศ

- น้ำนมของวัวจะเพิ่มขึ้นจำนวน 3%  ถ้าให้มันฟังเพลงของ Simon & Garfunkel

- อุรังอุตังกว่า 50% มีอาการกระดูกแตกหรือกระดูกร้าว  ซึ่งล้วนมีสาเหตุมาจากการตกต้นไม้ทั้งสิ้น

- ฟีโรโมนที่มดปล่อยออกมาเพื่อเป็นเครื่องหมายบอกทางนั้น  แค่ใช้ฟีโรโมนของมันเพียง 1 มิลลิกรัมเท่านั้น  จะสามารถทำให้มดเดินรอบโลกได้ 3 รอบ

- สัตว์ก็เป็นนิ่วได้

- ไททัน (Titan) เป็นดวงจันทร์ดวงเดียวในระบบสุริยะ ที่มีชั้นบรรยากาศเป็นของตนเอง

-ร้านอาหารตามสั่งที่มีเมนูกระเพรานั้น ทั้งกระเพราไก่ กระเพราปลาหมึก กระเพราไข่เยี่ยมม้า  ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีเมนูกระเพราหอยอยู่เลย  แต่ถ้าเราสั่งกระเพราทะเลแล้วหล่ะก็ มักจะมีหอยกระโดดลงมาร่วมแจมด้วยเสมอ

- ลอเรนโซ โรมาโน อมาเดโอ คาร์โล อะโวรกาโด (Lorenzo Romano Amadeo Carlo Avogardo) คือชื่อเต็มๆ ของเจ้าของตัวเลขอะโวกาโดร (6.0221367*1023) หน่วยวัดพื้นฐานที่ตามหลอกหลอนเราในเคมีนั่นเอง  .....ชื่อลุงแกอลังการจริงๆ

- แถบดาวเคราะห์น้อยที่โคจรอยู่ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสนั้น  แผนภาพที่เราเรียนส่วนใหญ่มักจะวาดให้มันอยู่ปนๆ กันและดูยุ่งเหยิง  แต่จริงๆ แล้ว ดาวเคราะห์น้อยแต่ละดวงอยู่ห่งกันประมาณ 1.5 ล้านกิโลเมตร

- ผู้หญิงก็ฝันเปียกได้เช่นกัน

- แผ่นหนังที่เช่าตามร้านเช้าโดยส่วนใหญ่ จะมีสกรีนคำว่า 'สำหรับเช่าเท่านั้น' หรือ 'FOR RENTAL ONLY' ติดอยู่  แต่บางแผ่นก็ไม่มีสกรีนไว้

- ควรเติมน้ำมันในช่วงอากาศเย็น เพราะถ้าเติมตอนที่อากาศร้อนๆ น้ำมันมันจะขยายตัว จะทำให้เราได้น้ำมันน้อยกว่าการเติมในช่วงอากาศเย็น  แม้จะเติมด้วนปริมาณลิตรเท่ากัน

- ฟองน้ำยักษ์ คือสิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนยาวสูงสุด สามารถดำรงอยู่ได้เป็นหมื่นๆ ปี  สาเหตุที่ทำให้มันอายุยืนก็คือ ไม่กินอาหาร ไม่กระดุกกระดิก และอยู่นิ่งๆ เหมือนโดนสต๊าฟ แค่นั้นเอง

- อายุขัยอาจไม่ได้ถูกกำหนดด้วยจำนวนวันที่มีชีวิตอยู่  หากแต่เป็นอัตราส่วนการใช้พลังงานต่อน้ำหนักหนึ่งกรัม  ซึ่งถ้ามองในแง่นี้แล้ว สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีอายุเท่ากันทุกสายพันธุ์

- กระจกเป็นของไหล ถ้าเราวางทิ้งไว้นานๆ ส่วนบนจะบางลง ส่วนล่างจะหนาขึ้น  (ประมาณร้อย-สองร้อยปี กว่าเราจะเริ่มเห็นผลขึ้นมาหน่อยนึง แต่มองด้วยตาเปล่าไม่ออกหรอก)

- จิงโจ้เป็นสัตว์ที่เจริญเติบโตได้ขนาดใหญ่ที่สุด  เมื่อถึงตอนที่มันโตเต็มวัย  มันจะขยายขนาดไปแล้ว 60,000 เท่าจากตอนแรกเกิด  (แรกเกิดในที่นี้ คือหมายถึงออกมาจากท้องแม่แล้ว - ไม่ใช่ตอนยังเป็นเอ็มบริโอ)

- ตอนเริ่มต้น ลูกรักบี้ทำมาจากกระเพาะหมู

- เลโอนาร์โด ดาวินชี  หาความเชี่ยวชาญทางด้านสรีระของมนุษย์ จากการขุดศพขึ้นมาผ่าดูกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ

- ฮิตเลอร์กลัวความสูง

- การถอนฟันคุดอาจเสี่ยงต่อการที่เส้นประสาทถูกทำลายไปจนถึงการติดเชื้อ

- สามในสี่ของประชากร 635,000 คนของภูฏานดำรงชีพด้วยการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์  แต่ภูฏานมีพื้นที่ที่เหมาะแก่การเพาะปลูกไม่ถึงหนึ่งในสิบ

- ชาร์ลส์  ดาร์วิน  เป็นพวกชอบใช้ตัวเลขในการแสดงข้อเท็จจริง  ในงานชิ้นหลังๆ ของเขาประกาศว่า  จำนวนหนอนที่พบในหนึ่งเอเคอร์ของชนบทอังกฤษเฉลี่ยอยู่ที่ 53,767 ตัว

- การทำมัมมี่ของชาวอียิปต์นั้น  จะมีการนำอวัยวะภายในต่างๆ ยกเว้นหัวใจออกมา  โดยการเอาสมองออกมาจากตัวมัมมี่นั้น  จะใช้วิธีการดึงมันออกมาทางจมูก

- ชักโครกที่มีแรงดันน้ำสูง จะต้องทำความสะอาดบ่อยกว่าชักโครกที่มีแรงดันน้ำรองลงมา

 

 .


ปล.แค่นี้ก่อนละกันครับ  ขืนเขียนหมด เดี๋ยวผมจะหมดมุขไปซะเปล่าๆ

ปอ.จะเห็นว่ามาเป็นระยะๆ แบบนี้แหละครับ  เพราะอะไรหลายอย่างมันยังไม่คงที่เท่าไหร่  เอาเป็นว่าคิดถึงกันบ้างนิ  มาดูกันบ่อยๆ นิ  อาจจะมีอัพเดทแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็ได้นะ

ตชด.ช่วงนี้เป็นช่วงภาวะฉุกเฉินนะทุกคน
  แต่ยังไงตูก็ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ อยู่แล้วนี่เนาะ  คนกรุงก็ระวังสถานการณ์ต่างๆ ไว้หน่อยก็แล้วกันครับ   จะว่าไปก็อยากจะเป็นแม่จ๋าของอีพวกคนที่ทะเลาะกันอยู่นี่ซะจริงๆ  ตูจะจับตีตูดเรียงตัวให้โม้ดดดดดดด

 

 

Comment

Comment:

Tweet

บันทึกแบบที่สามของพี่ปิงกรูเนี่ย สุดยอดเลยค่ะ

เหมือนนิตยสาร สรุปรวมความรู้ใหม่อะไรซักอย่าง

นึกถึงตัวเอง สมุดที่บันทึกประจำมีอยู่ คือสมุดไดอารี่
สมุดจดค่าใช้จ่าย สมุดตารางเวลางาน แค่นี้เอง

#35 By antzzer on 2008-10-19 22:01

แอบขโมยข้อมูลไปประกอบงานเขียนบ้าง

หุหุ question

#34 By นายอ้วนพี on 2008-10-11 01:23

ทุกวันนี้มีสมุดเป็นสิบ
- แต่งกลอนเล่มนึง
- จดข้อคิดดีๆเล่มนึง
- ไดอารี่บันทึกประจำวันเล่มนึง
- จดเพลงเล่มนึง
- สมุดเลกเชอรืที่พกติดตัวไว้ตลอดเวลาเล่มนึง
- สมุดเขียนความคืบหน้าและกิจกรรมของรุ่นเล่มนึง
- สมุดจดเบอร์&อีเมล ของผู้คนเล่มนึง
- สมุดวาดรูปเล่นเล่มนึง
รู้สึกเหมือนมีอะไรไม่รู้อีกสองเล่มมั้ง จดมั่วไปหมด
แรกๆพกหลายเล่ม หลังๆหนักเลยพกติดตัวไว้เล่มเดียว
ไม่มีอะไรก็เขียนๆไปเลย หมดไวๆนะ อยากได้เล่มใหม่แล้ว




แต่ที่บอกว่าอากาศเย็นหิวง่ายกว่าอากาศร้อนท่าจะจริง
เพราะทำงานตอนกลางคืนมันกินจุกจิกบ๊อบบ่อยน่ะ cry

#33 By fueyZ on 2008-10-09 19:28

\" ลอเรนโซ โรมาโน อมาเดโอ คาร์โล อะโวรกาโด (Lorenzo Romano Amadeo Carlo Avogardo) คือชื่อเต็มๆ ของเจ้าของตัวเลขอะโวกาโดร (6.0221367*1023) หน่วยวัดพื้นฐานที่ตามหลอกหลอนเราในเคมีนั่นเอง .....ชื่อลุงแกอลังการจริงๆ \"
ทำให้ผมรู้ตัวว่า ยังจำชื่อของ
\"เคาท์ อาเลกซานโดร ยูเซปเป้ อันโตนีโอ อานาสตาซีโอ โวลาตา\" อยู่ได้ครับ รู้สึกว่าเป้นคนคิดเซลไฟฟ้านี่ละมั้งคับ ฮ่าๆๆ แปลกดีนะ ยังไม่ลืม กี่ปีมาแล้วเนี่ย.. เฮ้อ คิดถึงสมัยเด็กจัง >_<

#32 By piyo_kung (119.42.64.97) on 2008-09-23 02:48

อืม ความรู้ล้วนๆ เหมือนอ่านสารานุกรมอะไรซักอย่างอยู่sad smile

ปล. เห็นด้วยกับ ประโยคล่างสุดครับopen-mounthed smile
เป็นคนชอบเขียนไดอารี่เหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าไม่อยากให้อะไรมันอยู่ในสมองเยอะ ก็เลยเอาไปใส่ในไดอารี่ไว้

และที่ดีมากคือเวลาเขียนนี่ ถ้ามีสุขก็จะสุขมากขึ้นค่ะ เพราะเขียนแล้วเหมือนทบทวนดี แต่ถ้ากำลังเครียด กลับช่วยให้เครียดน้อยลงเพราะเล่าใหกระดาษฟังแล้วน่ะ

... เดี๋ยวยามชรา จะเอามาอ่านbig smile

#30 By พริ้วไหว on 2008-09-04 00:13

อ่า เยอะมากมาย เข้าใจล่ะว่าจดบันทึกมีประโยชน์big smile
มีที่แปลกๆไม่เคยได้ยินอยู่สองอัน เราชอบโปรแกรมนีโรกะบริตนีย์ เอฟเฟค นี่ล่ะเด็ดสุด

สงสัยอ่ะครับไอ้แกะข้างๆนี่มันไรหรอ??แบบว่าอยากรู้อ่าsad smile

#29 By หิมะ~หิมะ on 2008-09-03 23:16

เราก็ชอบ พก สมุดจดบันทึกต่างๆbig smile

#28 By C-C on 2008-09-03 17:53

ผ่านมาค่ะ จขบ.สุดยอดมากที่เขียนบันทึกอะไรได้นานๆconfused smile
ต้องลองทำมั่งและ .. คงจะได้ไม่เกินอาทิตย์นึง

แต่ว่าอยากจะแย้งบางเรื่องอ่ะค่ะ
- โนริ แปลว่าสาหร่ายค่ะ (อุมิ แปลว่าทะเล)
- เรื่องกระจก เหมือนได้ยินว่าแต่ก่อนการผลิตยังไม่ค่อยดีมากเลยหนาบางไม่เท่ากัน เค้าก็เลยเอาอันหนาไว้ด้านล่างนี่คะ?

#27 By • a n i • on 2008-09-03 15:51

เคยเขียนไดอารี่เหมือนกัน
แต่เขียนไปได้ 3 วันก็เริ่มขี้เกียจ เพราะมันไม่มีเรื่องอะไรให้เขียน - -

ส่วนใหญ่ก็เคยจดบันทึกเวลามีไอเดียอะไรผุดขึ้นมา(ซึ่งมันก็ไม่ค่อยมี)
ส่วนวาดรูป...เวลาวาดลงในกระดาษเปล่าๆมันจะเละทุกที พอวาดในหนังสือเรียน/กระดาษเน่าๆดันสวยกว่า เลยแทบจะเลิกไปแล้ว ...sad smile

#26 By lat_te on 2008-09-03 14:58

มีสาระมากๆHot!

#25 By zero-be on 2008-09-03 10:37

ผมเคยเขียนไดอารี่
เขียนได้ปีเดียวเต็มๆ
กับอีก ประปราย
หลังจากนั้นก็ไม่ได้เขียนแล้ว

แต่ทุกวันนี้ก็มีบางเรื่องที่เขียนอยู่บ้า
มันก็ได้ประโยชน์จริงๆด้วยและครับ

#24 By TooTooN on 2008-09-03 01:42

ยอดมากครับ หลายอย่าง ไม่คิดเลยว่าจะรู้


โดยเฉพาะข้่อกระจกเนี่ย confused smile

#23 By Zairen_Parodyme. on 2008-09-02 21:28

ต่อไปนี้จะเริ่มจดบันทึกบ้าง open-mounthed smile

#22 By Risuki-666 on 2008-09-02 21:26

อ่านเพลินดีครับ

เมื่อก่อนผมก็จดๆไว้แบบนี้เหมือนกัน แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีเวลาจดซะแล้ว ส่วนใหญ่จะวาดเอาอย่างเดียว sad smile

Hot!

#21 By blade on 2008-09-02 21:07

น่าอ่านดีจังค่ะ

บลอคนี้มีแต่รูปแกะ ?

#20 By PoY on 2008-09-02 20:53

อุ๊ย รู้เกือบหมด แอบยืด open-mounthed smile (ฮ่าๆ)

แต่ปลื้มข้อนี้อ่ะค่ะ สุดยอดเลยยยยยยยย


เวลาที่เราเปิดทีวีไปยังช่องอะไรก็ได้ที่ไม่มีสัญญาณนั้น ประมาณ 1% ของคลื่นซ่าๆ ที่เราเห็น คือสัญญาณรบกวนจากรังสีคอสมิค ซึ่งเป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากต้นกำเนิดของจักรวาลหรือบิ๊กแบง ดังนั้นอย่ามาทำเป็นบ่นว่าไม่มีอะไรให้ดู

#19 By hikaru on 2008-09-02 20:29

สุดยอดครับ ทั้งแนวคิดการจดบันทึก และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

ขอแอดบล้อกนะ confused smile

#18 By Buffo on 2008-09-02 20:21

อ่านเพลิดเพลินดีฮะ

อ้อ โรคจากฟันผุ ทำให้ลิ้นหัวใจรั่วได้นะ

#17 By on 2008-09-02 19:51

มีอะไรที่ไม่เคยรู้เยอะเลย เจ๋งๆๆ Hot!

#16 By Sunny Hunny ♥ on 2008-09-02 19:37

ได้อะไรเยอะเลยค่ะ

เดี๋ยวต้องไปทำบ้างแล้วbig smile

#15 By Pleng on 2008-09-02 19:27

ลืมๆ

ปกติผมก็พกไว้ 2 เล่ม
เล่มแรกเอาไว้ร่าง ไว้จด แบบไม่สนลายมือ
ไม่สนบรรทัดน่ะครับ
นึกไรออกก็เอาไปกองไว้ในเล่มนี้
อยากวาดอะไรก็สเก็ตลงไป

แล้วค่อยเอามาจัดเรียงลงเล่มที่สองเมื่อมีเวลา :)

#14 By StillGoing on 2008-09-02 19:15

ได้อะไรจากบันทึกของคุณอีกเยอะเลยครับ

#13 By StillGoing on 2008-09-02 19:14

เมื่อก่อนเราก็ชอบพกสมุดโน้ตหลายๆเล่มติดตัวเหมือนกัน
มีทั้งสมุดสเกตไว้วาดรูปเล่นฆ่าเวลา
สมุดพล็อตไว้เขียนเรื่องที่"อยู่ๆก็คิดออก"(อันนี้แนวความจำสั้น)
สมุดร่างงานสอนเด็ก("เผื่อจะ"คิดออก)
แล้วก้สมุดตารางงานไว้ดูนัด+งานต่างๆ

ปัจจุบัน(เนื่องจากปวดไหล่เพราะแบกของมากไป)
เรารวมเหลือสมุดสเกตเล่มเดียว..มีทุกอย่าง
- -ถ้าหายทีชีวิตแทบดับสูญ sad smile

#12 By -JpNc- on 2008-09-02 18:50

กระจกเป็นของไหล ถ้าเราวางทิ้งไว้นานๆ ส่วนบนจะบางลง ส่วนล่างจะหนาขึ้น (ประมาณร้อย-สองร้อยปี กว่าเราถึงจะเริ่มเห็นผลขึ้นมาหน่อยนึง)

ง่ะ เพิ่งรู้นะเนี่ย wink

#11 By Bluemoon on 2008-09-02 18:44

คิดถึงพี่ปิงงง

ฝ้ายก็บล็อกร้างไม่แพ้กัน sad smile

แต่เรื่องสมุดจด ฝ้ายเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ
คล้ายๆกันเลย มีหลายเล่ม 55 เล่มนึงจดคำคม เล่มนึงไดอารี่ อีกเล่มคือไอเดียดีๆที่ผุดขึ้นมาได้แบบฟลุคๆ

ฝ้ายบ้าซื้อสมุดด้วยแหละ เห็นสมุดสวยๆเป็นไม่ได้ อยากจะซื้อมาเขียนๆๆ ==

#10 By vinn* on 2008-09-02 18:21

เอ๊ะแล้วถ้าวัวฟังเพลงโมสาร์ตมันจะฉลาดขึ้นมะ?

(Amedeo นะจ๊ะ)

#9 By technikos on 2008-09-02 17:45

โอว ความรู้ใหม่เยอะแยะเลย

ผมจะรออ่านต่อครั้งหน้าด้วย เจ๋งดีbig smile

#8 By Crozzax on 2008-09-02 14:11

สุดยอด ทึ่งเลย Hot! big smile

#7 By redtear on 2008-09-02 14:07

Hot! ชอบๆๆๆ
เหมือน encyclopedia เลยนะคะ

#5 By Meowzilla Zilla on 2008-09-02 11:34

ผมเคยจดเหมือนกันครับ ที่จดลงไปมักจะเป็นพลอตของเรื่องสั้นหรือเรื่องยาว(Fiction) กับ คำพูดเท่ๆ confused smile

แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้พกแล้วครับ เพราะนานๆจะเจอสักที เลยจดลงบนสมุดปฎิทินแทน เพราะจะมีหน้าเหลือเปล่าๆไว้ให้เขียนบันทึกได้นิดหน่อย confused smile

#4 By SkyKiD on 2008-09-02 11:16

การเขียนบันทึกมีประโยชน์จริงๆ...

สนับสนุนๆๆๆๆ...confused smile
จริงครับ เพราะตามสรีระของมันแล้วสามารถทำได้

...อืมมม เป็นการถามตอบกันที่เร็วจริงๆ พ่อคุณ sad smile

#2 By ปิงกรู on 2008-09-02 08:02

เรื่องปลาตีน ปีนต้นไม้ได้ จริงหรือป่าวค่ะ ทึ่งจัง