[Mean] เรามองข้ามมันสมองของสัตว์ไปหรือเปล่า? (๑)
posted on 20 May 2008 01:33 by obvious in Mean
ธรรมชาตินั้นมีการพัฒนาอยู่เสมอ เป็นการพัฒนาที่เชื่องช้าและอดทน ถ้าเมื่อสักสิบล้านปีก่อนเกิดมีสุนัขตัวหนึ่งคิดขึ้นว่า 'เออเว้ย..น้ำนี่มันเย็นดีนี่หว่า ของกินก็เยอะ หากินง่ายด้วย ถ้าเราไปอาศัยอยู่ในน้ำเลยซะก็คงดี จะได้ไม่ต้องมาทนลำบากอีก ๕๕๕ ฉลาดจริงๆ ตู' เมื่อคิดดังนั้น สุนัขตัวนี้จึงลงไปอาศัยอยู่ในน้ำทะเลในที่สุด
.
พอสุนัขตัวนี้ลงไปอาศัยอยู่ในทะเลแล้วเกิดอยู่ดีกินดีขึ้นมา สุนัขตัวอื่นเห็นดังนั้นก็เลยลงไปอาศัยอยู่ในทะเลด้วย จากนั้นเผ่าพันธุ์ของพวกมันก็เริ่มที่จะอาศัยอยู่ในน้ำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
.
ในช่วงแรกพวกสุนัขอาจจะอยู่ใต้น้ำได้ไม่นานนักก็จริงครับ แต่สรีระร่างกายของมันจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละนิด สุนัขตัวที่มีร่างกายเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่สุดจะสามารถมีชีวิตและสืบต่อเผ่าพันธุ์มาได้ ก็เหมือนโลมาหรือวาฬนั่นแหละครับ สัตว์สองชนิดนี้ก็มีการพัฒนามาจากสัตว์บก ซึ่งในปัจจุบันขาของพวกมันได้กลายเป็นครีบไปหมดแล้ว
.
สติปัญญาก็เหมือนกับอวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่สามารถวิวัฒน์ได้เช่นกัน เหมือนกับขาที่กลายมาเป็นครีบ ใครจะคิดว่าสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอย่างไส้เดือนก็มีความคิด มีสติปัญญาพอที่จะรู้จักเลือกชนิดของซากใบไม้ มาปิดบังรูของมันเพื่อให้ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้
.
.
การศึกษาเกี่ยวกับสติปัญญาของสัตว์ทำให้รู้ครับว่า เราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่สามารถประดิษฐ์คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ รู้จักวางแผนลำดับก่อนหลัง สามารถที่จะวางกลอุบายหรือโกหก ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้น สัตว์ชนิดอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน
.
ถ้าให้พูดง่ายๆ ก็คือ วิวัฒนาการทางสติปัญญาก็คงเหมือนกับทุเรียนนั่นแหละครับ ไม่ว่าสัตว์ใดก็สามารถกินได้ หากแต่รู้วิธีการปอกเปลือกมันเท่านั้น ไม่ใช่เฉพาะเผ่าพันธุ์ของมนุษย์เพียงเผ่าพันธุ์เดียวที่มีโอกาสได้ลิ้มรสของทุเรียน เผ่าพันธุ์อื่นๆ ก็มีโอกาสเช่นกัน
.
ซึ่งสติปัญญาของสัตว์นั้น ล้วนเป็นผลสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมในด้านต่างๆ ของมัน ทั้งการหาอาหาร การหาคู่ การหลีกหนีอันตราย การค้นหาเส้นทางในป่า ในน้ำ หรือบนท้องฟ้า จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้ จำเป็นจะต้องอาศัยความสามารถในการแก้ไขปัญหาด้วยกันทั้งนั้น
.
.
หากจะกล่าวถึงเรื่องสติปัญญาของสัตว์ สุนัขน่าจะเป็นตัวอย่างที่เราคงสามารถมองเห็นได้ง่ายที่สุดครับ เพราะเราคงรู้ถึงความสามารถของสุนัขเลี้ยงเหล่านี้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ทั้งความสามารถในการทำตามคำสั่ง การดมหาวัตถุผิดกฎหมาย เป็นต้น
.
นักวิทยาศาสตร์ได้สรุปออกมาว่าสุนัขนั้นสามารถเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ของมนุษย์ ได้เร็วเท่ากับเด็กหัดเดินเลยที่เดียว นั่นคือสามารถเรียนรู้ศัพท์ใหม่ได้ราววันละ ๑๐ คำ แถมพวกมันยังใช้เทคนิคการเรียนรู้คำศัพท์เหมือนกับมนุษย์อีกด้วย
.
ซึ่งความสามารถในการจำคำศัพท์ของสุนัขเนี่ย เป็นสิ่งที่พึ่งมีการวิวัฒน์ขึ้นมาในสมองของมันครับ เนื่องจากพวกมันได้มาอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์เป็นเวลายาวนาน (ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ปีก่อน) จึงอาจจะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่จะสื่อสารระหว่างกัน ดังนั้นทักษะทางด้านภาษานี้จึงจะมีในสุนัขเลี้ยงเท่านั้น เพราะทักษะการเรียนรู้ศัพท์ของมนุษย์ คงไม่มีความจำเป็นสำหรับพวกสุนัขป่าแต่อย่างใด
.
.
พูดถึงสุนัขป่าแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะยกตัวอย่างงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ศึกษาพฤติกรรมของฝูงหมาป่า ที่วนอุทยานคูมบ์ มาร์ติน พาร์ค (Combe Martin Park) ในเขตเดวอน ประเทศอังกฤษครับ
.
ถ้าพูดถึงการศึกษาพฤติกรรมสัตว์ เราก็คงจะนึกถึงการลอบสังเกต การตั้งกล้องส่องระยะไกล หรือการฝังชิบในตัวสัตว์เพื่อติดตามใช่มั้ยครับ แต่ก็มีนักวิจัยหมาป่าชาวอังกฤษอยู่ท่านหนึ่ง ชื่อว่าคุณฌอน เอลลิส (Shaun Ellis) ซึ่งคุณฌอนเนี่ย แกไม่ได้ใช้วิธีการศึกษาพฤติกรรมสัตว์ในรูปแบบธรรมดาๆ ที่กล่าวถึงข้างต้นครับ แต่แกลงทุนถึงขนาดแฝงตัวเข้าไปในฝูงหมาป่า โดยทำตัวเป็นหมาป่าซะเอง
.
การจะเป็นหมาป่านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ คุณฌอนเขาบอกว่าเขาจำเป็นต้องไม่อาบน้ำเพื่อรักษากลิ่นตัวเอาไว้ให้สมาชิกในฝูงจำเขาได้ เขาต้องขู่ คำราม และหอนเสียงดังเพื่อทำให้หมาป่าตัวอื่นเกรงกลัวและจะได้ไม่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของกลุ่ม - ใช่แล้วครับ ฌอนต้องเรียนรู้ภาษาของหมาป่าด้วย ซึ่งภาษาของหมาป่านั้นสลับซับซ้อนมาก โดยจะประกอบไปทั้งการแสดงออกของท่าทาง สีหน้า การมอง และการใช้เสียงสูงต่ำ
.
.
ในที่สุดเขาก็ได้เป็นจ่าฝูงของหมาป่าฝูงนี้จริงๆ ครับ และเนื่องจากเขาได้เป็นจ่าฝูงนี่เอง ลำดับก่อนหลังการเข้าถึงอาหารจึงสำคัญอย่างมาก อย่างเวลาล่าเหยื่อเนี่ย พอเหยื่อล้มลงปุ๊บ เขาที่เป็นจ่าฝูงจะต้องรีบวิ่งเข้าไปกินก่อนสมาชิกหมาป่าตัวอื่น และจำเป็นจะต้องได้กินส่วนที่ดีที่สุดด้วย เช่นเนื้อสมอง ตับ หัวใจ เนื้อสันนอก ...แน่นอนครับเขาต้องกินเนื้อดิบๆ สมองสดๆ นี่แหละ ...อืม ..แค่คิดก็ปวดไส้ติ่งแทนแล้วใช่มั้ยครับ
.
ฌอน เอลลิส ไปอยู่ในฝูงหมาป่าเป็นเวลาร่วม ๑๘ เดือน จากการที่เขาเข้าไปเรียนรู้ภาษาหมาป่าและพฤติกรรมของมันอย่างใกล้ชิด ทำให้เขาทราบว่าหมาป่าก็เป็นสัตว์ที่มีสติปัญญาดีเช่นกัน มีกระบวนการคิดที่เป็นเหตุผล มีสัญชาตญาณที่ดี ทั้งยังไว้ใจได้อีกด้วย
.



.
เอาหล่ะครับ เราผละจากสุนัขแล้วหันมาพูดถึงพวกเอปอย่างชิมแพนซีกันบ้างดีกว่า หากใครที่ติดตามข่าวสารทางวิทยาศาสตร์อยู่เป็นประจำก็คงจะทราบกันแล้วว่าปัจจุบันนี้นั้นชิมแพนซีมีความสามารถในการประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือในระดับมนุษย์ยุคแรกได้แล้ว ซึ่งเรื่องนี้นั้นทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ภาพบนขวา : ชิมแพนซีกำลังเอาเครื่องมือที่ตนเองประดิษฐ์ออกมาใช้ในการขุดหลุม
ภาพล่างซ้าย : คือภาพที่มันกำลังทำการสกัดหินออกมาเป็นเครื่องมือ
ภาพล่างขวา : อุปกรณ์ที่ชิมแพนซีประดิษฐ์ขึ้นซึ่งอาจใช้ในการล่าสัตว์ จะเห็นได้ว่ามีการทำให้แหลมคม
.
นอกจากความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นแล้ว ชิมแพนซียังสามารถที่จะเรียนรู้ภาษาได้ด้วยตนเองอีกด้วย เราสามารถสอนให้มันรู้สัญลักษณ์และภาษามือที่ใช้ในการสื่อสารได้ มีชิมแพนซีตัวหนึ่งครับชื่อว่าแคนซี ซึ่งอาศัยอยู่ในศูนย์วิจัยเอปใหญ่ รัฐไอโอวา หลังจากนักวิจัยสอนภาษามือให้มันแล้ว มันก็มักจะถือกระดานสัญลักษณ์นี้ติดตัวอยู่เสมอเพื่อเอาไว้ใช้ในการสื่อสารกับมนุษย์ครับ มันพัฒนาถึงขั้นสามารถผสมสัญลักษณ์ขึ้นมาใหม่จากสัญลักษณ์เดิมในกระดานเพื่อสื่อความคิดอีกด้วย
.
ลองคิดๆ ดูก็รู้สึกมหัศจรรย์เหมือนกันนะครับ เพราะดูเหมือนกับว่าเอปพวกนี้กำลังจะมีวิวัฒนาการไปในเส้นทางที่ใกล้เคียงกับมนุษย์เข้าไปทุกที นักวิทยาศาสตร์ยังเชื่ออีกครับว่าพวกมันยังสามารถเรียนรู้ที่จะพูดภาษามนุษย์ได้อีกด้วย เพียงแต่มันอาจจะใช้เสียงที่สูงหรือพูดเร็วเกินไปเท่านั้นเอง
.


.
คราวนี้ขอกล่าวถึงอุรังอุตังกันบ้างครับ ถึงแม้ใครๆ จะมองว่าชิมแพนซีเป็นสัตว์ที่ฉลาดก็เหอะ แต่อุรังอุตังก็ไม่ได้มีสติปัญญาที่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะความคิดของมันนั้นสลับซับซ้อนและมีความยืดหยุ่นพอๆ กับชิมแพนซีเลยทีเดียว นั่นคือมันสามารถคิดวิธีการแก้ปัญหาง่ายได้ๆ เช่น มันสามารถเอากล่องมาต่อๆ กันเพื่อหยิบอาหารที่อยู่ที่สูงได้ และกระดานสัญลักษณ์ภาษามือที่สำหรับเราเอาไว้ใช้สอนชิมแพนซีให้สื่อความคิด ก็สามารถนำเอากระดานนั้นมาสอนให้อุรังอุตังได้เช่นกัน
.
อุรังอุตังในป่ายังคงรักษาธรรมเนียบดั้งเดิมของมัน ซึ่งนั่นก็คือการประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือนั่นเอง อุรังอุตังใช้ใบไม้ทำหมวกกันฝน ผ้าเช็ดปาก หรือเอามาทำเป็นถุงมือเพื่อใช้ปีนต้นไม้ที่มีหนาม เอาใบไม้มากองรวมๆ กันเป็นหมอนหนุน ทั้งยังสามารถสร้างเครื่องมือในการหาอาหารหรือจับแมลงที่อยู่ในโพรงได้อีกด้วย และในบางครั้งเราก็อาจเห็นมันเอาใบไม้เอาอัดกันเป็นฟ่อนๆ แล้วอุ้มเล่นเหมือนตุ๊กตาซะอย่างนั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงถึงระดับสติปัญญาของเหล่าอุรังอุตังทั้งสิ้น
.


.
อย่างที่หลายคนคงจะทราบว่าสัตว์อย่างมนุษย์นั้นไม่ได้มีเพศสัมพันธุ์เพียงเพราะต้องการดำรงเผ่าพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่มีเพศสัมพันธุ์เพื่อความสุขในระหว่างกิจกรรมทางเพศด้วย สาเหตุก็เนื่องมาจากสมองของมนุษย์นั้นมีการพัฒนาไปอย่างมาก จึงทำให้สามารถควบคุมพฤติกรรมตรงจุดนี้ได้
.
แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะมนุษย์หรอกครับ ที่ต้องการมีเพศสัมพันธุ์เพราะความสุข สัตว์อย่างชิมแพนซีแคระหรือโบโนโบก็มีเพศสัมพันธุ์เพราะต้องการความสุขเช่นกัน ซึ่งเอปประเภทนี้เป็นพวกที่มีความต้องการทางเพศสูงมาก ตัวอย่างเช่น ตัวผู้จะเอาอาหารมาให้ตัวเมียเพื่อแลกกับเซ็กส์ ตัวผู้ตัวที่ลำดับต่ำกว่าจะใช้ 'มือ' ช่วยตัวผู้อีกตัวที่ลำดับสูงกว่าในฝูง แถมเอปพวกนี้ตัวเมียยังใช้มือหรือพวกกิ่งไม้ไปเกี่ยวๆ ถูไปถูมากับไอ้นั่น เพื่อช่วยตัวเองอีกด้วยนะ สยิวกิ้วดีแท้
.


.
ดูไปดูมาเอปพวกนี้ค่อนข้างจะมีพฤติกรรมคล้ายมนุษย์นะครับ พฤติกรรมเหล่านี้ก็ล้วนแสดงให้เห็นถึงความคิด และสติปัญญาที่มีการวิวัฒน์ขึ้น หลายคนอาจจะบอกว่ามันเป็นเพียงแค่สัญชาตญาณเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่เสมอไปครับ เพราะในสัตว์ที่มีวิวัฒนาการมานานจะไม่ทำทุกสิ่งทุกทุกอย่างเพราะสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว พวกมันจำเป็นต้องใช้ความคิดด้วย
.
และนอกจากพวกเอปและสุนัขแล้ว สัตว์ชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็มีมันสมองที่เฉลียวฉลาดเช่นกัน ในครั้งหน้าเราจะไปดูกรณีของสัตว์ประเภทอื่นกันบ้างครับ
.
หมายเหตุเผื่อใครยังไม่รู้ : เอป (ape) คือลิงไม่มีหาง มี ๕ กลุ่มด้วยกันคือชิมแพนซี อุรังอุตัง กอริลล่า โบโนโบ และชะนี
*มาแปะและดองไว้ก่อนครับเพราะเนื้อหาที่ผมคิดออกตอนนี้ยาวมาก ก็เลยแบ่งเป็นตอนๆ ละกัน และผมยังไม่รู้ว่าจะมีเวลามาเขียนอีกเมื่อไหร่ (ถึงแบ่งเป็นตอนๆ ก็ยังยาวอยู่ดี ใครมันจะทนอ่านจนจบกันหนอ)
*ขอบพระคุณเว็ปไซต์ต่างๆ ที่เอื้อเฟื้อภาพด้วยครับ ตอนนี้ผมยังไม่ว่างทำเครดิตให้ ถ้าว่างแล้วผมจะกลับมาทำลิงค์ไปยังเว็ปที่มาของภาพให้นะ
ไม่กล้าเลื่อนไปดูอีกทีเดียวเชียว

เคยอ่านเจอครับ เขาว่า สัตว์ที่ใช้เครื่องมือ ได้แก่ นากแคลิฟอร์เนีย แร้งอียิปต์ นกฟินช์บนเกาะกาลาปากอส ชิมแพนซี และอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว
มีลิงชิมแพนซีชนิดเดียวที่ใช้เครื่องมือโดยการเรียนรู้
90% ผมเชื่อนะว่ามันจริง
#1 By देवता on 2008-05-20 15:58