[Live] เล็กๆ น้อยๆ กับเนปาลจ๊ะ
posted on 13 May 2008 18:16 by obvious in Live
*เนื้อหาในนี้เกิดจากการสังเกตและจดจำล้วนๆ และไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อจะชวนไปเที่ยวแต่อย่างใด เอาเป็นว่าถือเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ละกันครับ
...เนปาลเป็น ๑ ใน ๑๕ ประเทศของโลกที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล
...เวลาขึ้นเครื่องบินไปเนปาล พยายามขอให้ได้ที่นั่งทางปีกขวาของเครื่อง เพราะคุณจะได้เห็นยอด Everest ชัดซะจนน้ำตาร่วง
...ไปทำวีซ่าที่สนามบินเนปาลเลยก็ได้ ขอครั้งเดียวอยู่ได้ตั้ง ๖๐ วันแหนะ
...ที่เนปาลเวลาเราตอบรับอย่าพยักหน้า ให้ส่ายหน้าแทน
...ถ้าลงที่สนามบินแล้วไม่รู้จะไปไหน แนะนำว่าควรไปทาเมล
...ทาเมลคือถนนสายเล็กๆ เป็นวงรอบสี่เหลี่ยมพื้นผ้าในเมืองกาฐมาณฑุ ที่นี่มีทุกอย่างทั้งร้านขายงานศิลปะ อุปกรณ์เดินเขา ร้านหนังสือ ร้านอินเตอร์เน็ท ร้านอาหารต่างๆ น่าเสียดายไม่มีร้านแมลงทอด ไม่งั้นหล่ะก็...แซ่บอีหลี
...แท็กซี่ที่เนปาลนี่ก็มีมิเตอร์เช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเค้าไม่กดมิเตอร์กันนะ ต้องได้มายืนต่อราคาทุกที
...คนกวาดขยะที่เนปาลนี่ค่อนข้างว่องไวไม่อิดออดครับ เนื่องจากถังขยะตามรายทางนั้นไม่ค่อยมีให้เห็น เค้าจึงกวาดรวมๆ กันไว้ แล้วเผาอยู่ตรงถนนข้างทางทันที
...การซื้อของที่เนปาลต่อราคาได้สนุกมาก ราคาแกบอกผ่านจริงๆ ซื้อภาพเพนท์ใบหนึ่งราคา ๒๐๐ รูปี ต่อได้เหลือแค่ ๒๐ รูปี จะบ้าตาย
...มีคนเนปาลเดินมาบอกเราว่า ชอบคนญี่ปุ่น รักประเทศญี่ปุ่นมาก อย่างโง้นอย่างงี้ สุดท้ายบอกว่า ช่วยซื้อของหน่อยสิ ...น่าน ..กูว่าแล้ว ก็ได้แต่บอกว่าเป็นคนไทยครับ คนไทย แล้วรีบเดินจากมา อืมม..หรือว่าเราหน้าเหมือนพระเอกหนัง AV หว่า?
...พ่อค้าบางเจ้าก็อาจเดาออกว่าเราเป็นคนไทย แต่ไม่เป็นไร พยายามพูดเขมรกลบเกลื่อนเข้าไว้ อาจจะเนียนรอดมาได้
...ที่เนปาลมีเซเว่น-อีเลฟเว่น ด้วยครับ บรรยายกาศประมาณเซเว่นฯ สมัยสงครามโลก อึมครึมมาก ในร้านมีฝุ่นจับไปหมด ขนมปังหมดอายุก็เอามาขาย
...คนเนปาลนอนเยอะมาก เพราะที่นี่มืดเร็ว กินข้าวเย็นเสร็จก็พากันนอนเลย แหม..สงสัยจะไม่มีละครหลังข่าว คนไทยอย่างเราก็ได้แต่พยายามข่มตาหลับไปวันๆ
...และใกล้ๆ ทาเมลนั่นเอง จะมีสำนักงานทำ Entry Permit อยู่ครับ
...Entry Permit คือใบอนุญาติให้สามารถเข้าไปในเขตทั่วไปได้ นั่นคือเอาไว้ไป Trek นั่นเอง
...Trek คือการเดินทาง โอ้ จะแปลทำไม เอาเป็นว่าเส้นทาง Trek ที่เนปาลเนี้ยมีหลายเส้นทางด้วยกัน บางเส้นทางอาจต้องเดินกันเป็นเดือน เช่น เส้น Annapurna Circuit
...อย่าเตรียมเต็นท์ไปจากเมืองไทย เพื่อหวังจะเอามันไปเดิน Trek ด้วย เพราะเดี๋ยวมันจะกลายเป็นภาระไปเสียเปล่าๆ เนื่องจากดูจากอากาศในตอนกลางคืนแล้ว คาดว่าคนนอนเต็นท์น่าจะมีโอกาสได้ซับน้ำตาชาวใต้กันแหงๆ
...เวลาจัดของเตรียมเสื้อผ้าก็อย่าโลภมาก เอาไปพอดีๆ แล้วซักเอาดีกว่า ถ้าไม่อยากทิ้งมันไว้ระหว่างทาง
...พวกลูกหาบที่รับจ้างขนของในเส้นทาง Trek เนี้ย จะแบกของกันประมาณ ๔๐-๘๐ กิโลกันเลยทีเดียว โอ้สสส เหล่ายอดมนุษย์มาซ่อนตัวอยู่แถวนี้นี่เอง แบกกันได้ยังไงเนี้ย
...ลาที่เนปาลน่าสงสารมาก ต้องแบกของหนักๆ เดินไกลๆ ทุกวัน ตัวไหนเดินช้าก็ถูกเจ้าของตี หรือไม่ก็เอาก้อนหินขว้าง
...เนื่องจากในเส้นทาง Trek มีลาขนของพวกนี้อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าไม่แน่ใจว่าเราเดินมาถูกทางหรือเปล่า ให้พยายามมองหาขี้ลาเอาไว้ ไม่หลงแน่นอน
...ระวังหินถล่มหรือสะพานขาดไว้หน่อยก็ดี แม้มันอาจจะไม่เกิดบ่อยๆ แต่เกิดแทบทุกเดือน
...ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำกินระหว่างเดินทาง เพราะมีจุดจ่ายน้ำอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งยิ่งสูงก็ยิ่งแพง
...เกสเฮาส์ตามรายทาง Trek ก็ราคาแตกต่างกันไปตามอัตภาพ ราคาเฉลี่ยก็ประมาณ ๗๐ รูปี บางแห่งห้องน้ำอาจเป็นแค่ส้วมหลุมก็ต้องทำใจ เอาหน่า..แค่ ๗๐ รูปีเอง คิดอะไรมากมาย
...วันไหนที่ไปพักที่เกสเฮ้าส์แล้วเค้าบอกไม่มีน้ำร้อน หรือน้ำร้อนหมดแล้ว นี่มันนรกชัดๆ
...แน่หล่ะ ....น้ำล้างตูดก็ต้องใช้น้ำเย็นที่เกือบเป็นน้ำแข็งล้าง ฮืออๆๆๆ อย่าถามเลยว่าความรู้สึกมันเป็นยังไง แนะนำให้เอายาหม่องมาทาร่องตูดดูเอาเองจะดีกว่า
...สั่งอาหารที่เนปาลต้องใจเย็นๆ ครับ บางจานอาจต้องรอเป็นชั่วโมง ทั้งๆ ที่เราเป็นลูกค้าคนเดียวของร้าน สาเหตุไม่ใช่อะไรหรอก เป็นเพราะพ่อครัวเค้าไม่รีบและบรรจงทำสุดฤทธิ์แค่นั้นเอง (แหม..ไม่ต้องเอาอร่อยมากก็ได้ครับ อร่อยแบบธรรมดาๆ ก็พอ)
...แต่เค้าทำอาหารอร่อยจริงๆ ครับ บางครั้งอร่อยอย่างบ้าคลั่ง แทบคุมสติตัวเองไม่อยู่ ต้องเดินไปบอกคนทำอาหารว่า คุณทำได้อร่อยอย่างแรง
...อาการที่เกิดจากการที่ร่างกายของเราปรับตัวกับสภาพความสูงไม่ทัน เรียกว่า Altitude Mountain Sickness หรือ AMD อาการนี้อาจมาเยือนเราโดยไม่รู้ตัว
...ส่วนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ AMD นั้นไม่อยากอธิบายมาก เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นเอ็นทรี่เพื่อสุขภาพไปซะเปล่าๆ แต่รู้ไว้เหอะครับว่าอันตรายอย่างแรง ถ้ารู้สึกวิงเวียน หายใจหอบ เสียการทรงตัว เหมือนใกล้จะหมดสติ ให้เดินลงมาเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนครับ
...และเราอาจเห็นป้ายหลุมศพของคนที่ตายด้วย AMD ตั้งอยู่ระหว่างทาง
...พอถึงยอดเขา น้ำที่เราเอาใส่ขวดมาก็กลายเป็นน้ำแข็งซะอย่างงั้น...
...ตดจามรีเหม็นน้อยกว่าตดแมว
...สุดท้ายนี้อยากบอกว่าอย่าพึ่งรู้สึกมหัศจรรย์ หากเราบอกคนเนปาลว่าเราเป็นคนไทย บางคนอาจพูดภาษาไทยสวนเรากลับ และโชว์การนับเลขเป็นภาษาไทยทันที ทีแรกก็งงๆ หลังๆ เริ่มเบื่อ
...สรุปก็คือเป็นประเทศหนึ่งที่น่าไปครับ ภูมิทัศน์ยังกะภาพวาดในจินตนาการ เดินวันหนึ่งสิบๆ กิโลก็ไม่เมื่อย อากาศเย็นๆ ชาร้อนๆ คนเนปาลใจดีๆ อาหารอร่อยๆ แม้ต้องรอนาน อาจจะมีบางแง่มุมที่เราอาจมองไม่ดีบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ คิดซะว่าเป็นวัฒนธรรมของเค้า แล้วมองกลับมาดูบ้านเมืองเราก็ไม่เลว
...การไปเนปาลเนี่ย เหมือนว่าได้หลุดไปดาวอังคารเลยครับ แตกต่างกับโลกวุ่นวายที่เราอยู่จริงๆ
มอก. ตอนแรกว่าจะเอารูปที่ถ่ายมาลงครับ ซึ่งมีแต่ภาพวิวทิวทัศน์ ขุนเขา คิดไปคิดมาคนอ่านอาจจะเบื่อ
ไหนๆ ก็ไหนๆ เอามิยาบิมาลงแทนภาพวิวละกัน เพราะภูเขาของมิยาบิก็น่าจะทดแทนกันได้
ถ้าอยากดูภาพเส้นทางที่ผมไปเดินหล่ะก็ แนะนำให้ไปถามลุงกูเกิ้ลเอาเองละกันนะ ผมเดิน Trek เส้น Annapurna sanctuary ครับ ลองหาด้วยคำนี้ดูก็ได้ สวยมากบรรยายไม่ถูก
ปตท. คนไทยไป Trek ที่เนปาลค่อนข้างน้อยมากครับ ปีละประมาณ 10 คนเท่านั้นเอง คงเป็นเพราะคนไทยติดนิสัยรักสบายมั้งนะ
#1 By unknown subject on 2008-05-13 21:20