[Mean] ชีวิตบนชีวิตบนชีวิต

posted on 07 May 2008 19:51 by obvious  in Mean

 

ที่มา :
ทฤษฎีกายา หรือไกอา1  ของเจมส์ เลิฟลอค  ที่เสนอแนวคิดที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการว่าด้วยโลกเป็นระบบที่มีชีวิต  โดยการมองสิ่งต่างๆ ในโลกเป็นองค์รวมทั้งหมด  สิ่งที่อยู่ในโลก ไม่ว่าจะเป็น คน แพะ สิงโตทะเล หอยมือเสือ แม่น้ำ พื้นดิน ป่าเขา ก้อนหิน มหาสมุทรหรือกระทั่งสาหร่ายเซลล์เดียวสักต้น ก็ล้วนมีการปฏิสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่ที่ซับซ้อน จนดูคล้ายกระบวนการจัดการควบคุมตนเองของโลก

 1 Gaia ชื่อเทพมารดรหรือพระแม่ธรณีของกรีก

 

เราให้คำจำกัดความของคำว่า "มีชีวิต" อย่างไร 

นักวิทยาศาสตร์ทั่วไปยอมรับว่า สิ่งมีชีวิต คือสิ่งที่อยู่ในกรอบจำกัดเหล่านี้ อาทิ  มีการสืบพันธุ์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า  มีการรักษาดุลยภาพ  มีการเจริญเติบโต  มีลักษณะเฉพาะตัว  ต้องการอาหารและพลังงาน  ที่สำคัญคือสิ่งมีชีวิตมีการจัดการกันเป็นระบบตั้งแต่อยู่ในระดับอะตอม!

ลองคิดกันเล่นๆ ว่าถ้าโลกของเรานั้นเกิดมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ และมีสมบัติตามที่กล่าวข้างต้นทุกประการหล่ะ
โลกในแบบนั้นจะเป็นเช่นไร

หากโลกมีชีวิต  สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในโลกก็คงต้องมีหน้าที่แต่ละอย่างแตกต่างกัน
ก๊าซที่อยู่บนชั้นบรรยากาศก็ล้วนเกิดจากระบบของสิ่งมีชีวิต
มนุษย์คงเป็นแค่ระบบเล็กๆ ระบบหนึ่งในร่างกายของโลก
เราอาจจะเรียกตัวเองใหม่ว่าเป็นกลุ่มเซลล์ของดวงดาว
เราอาจมีหน้าที่อะไรบางอย่างเฉพาะตัวเหมือนกับเซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายของเรา

อืม..ถ้าเราเกิดเหมือนกับเซลล์ไส้ติ่งในร่างกายมนุษย์หล่ะ
เราจะยังคงภูมิใจในความเป็นไส้ติ่งของโลกอีกหรือ

บางครั้งเราอาจได้เห็นโลกมีช่วงเวลาของการผสมพันธุ์
ถ้าโลกเรามีชีวิตแล้ว ก็เป็นไปได้ที่อาจมีดาวดวงอื่นในจักรวาล ที่มีระบบที่ซับซ้อนเช่นเดียวกับโลกเกิดมีชีวิตขึ้นมา  และสิ่งมีชีวิตแบบดวงดาวคงสามารถดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้

มนุษย์อาจจะได้ไปยังกาแล็กซี่อื่นๆ ในช่วงที่โลกกำลังต้องการหาคู่ผสมพันธุ์

 ๔

แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวทุกปี ปีละประมาณ 1-2 ซม.
เกาะเมื่อร้อยปีก่อน มันจะไม่อยู่ยังจุดเดิมในอีกร้อยปีต่อมา
ดูคล้ายว่าโลกนั้นกำลังเติบโต ผ่านช่วงวัยต่างๆ
มันผ่านยุคกำเนิดโลก ผ่านยุคน้ำแข็ง สืบต่อกันมาคล้ายคนที่ผลัดเปลี่ยนช่วงวัย

หากโลกของเรานั้นชราได้จริง ต่อไปจำนวนวันในแต่ละปี หรือจำนวนชั่วโมงในแต่ละวันคงมากขึ้น
เพราะโลกก็คงจะมีสิทธิ์ที่จะหมุนได้ช้าลงเช่นกัน

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าเกิดโลกมีชีวิตแบบที่เรียกว่าสิ่งมีชีวิตแล้ว
มันจะกินอะไรเป็นอาหาร

ของต่างๆ ในจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้ อาจมีซักอย่างที่เป็นอาหารของโลก
แต่ถ้าโลกได้รับอาหารเหล่านั้นแล้ว
เรื่องที่ว่าจะมีผลกระทบอย่างไรกับสิ่งมีชีวิตในโลกอีกบ้างก็น่าคิด

หากโลกเราดันสูบอีเธอร์2 เป็นอาหารแล้วหล่ะก็
สิ่งมีชีวิตในโลกก็อาจจะมีวิวัฒนาการ สามารถรับเอาอีเธอร์เข้าสู่ร่างกายได้โดยไม่เป็นอันตรายอีกต่อไป

2 aether ก๊าซนิ่งที่กระจายอยู่ทุกแห่งในจักรวาล

จะว่าไป โลกนั้นมีระบบกลไกควบคุมตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ
สารและก๊าซต่างๆ ถูกแลกเปลี่ยนหมุนเวียน ผ่านกระบวนการของสิ่งมีชีวิตในโลกอย่างซับซ้อน
และสามารถที่จะรักษาระดับปริมาณทางกายภาพต่างๆ ไม่ว่าอุณหภูมิ ความเข้นข้นของเกลือในทะเล ปริมาณก๊าซมีเทนในบรรยากาศ ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม
คงไม่แปลกที่ว่ามันอาจจะดูคล้ายระบบใหญ่ๆ สักระบบหนึ่ง หากเรามองในภาพรวม

เพราะฉะนั้น ระบบเล็กๆ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างเช่นมนุษย์
ก็คงจะไม่มีความหมาย หรือทรงอิทธิพลมากมายเมื่อเทียบกับโลก

เราตระหนักถึงภัยธรรมชาติ ฤดูหนาวจะหนาวจัด และฤดูร้อนจะร้อนจัด
ลมพายุจะเกิดถี่ขึ้น  น้ำทะเลจะท่วมสูง น้ำแข็งจะละลาย จากการกระทำของมนุษย์
ระบบของโลกก็จะยังคงสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างเป็นปกติ
โดยอาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ในปัจจุบันสูญพันธุ์ลง เพื่อเริ่มระบบใหม่อีกครั้ง

ระบบของมันจะยังคงทำงานสืบต่อไป แม้พรุ่งนี้จะไม่มีมนุษย์เหลืออยู่เลยซักคนก็ตามที

ถึงแม้โลกเราจะมีชีวิตหรือไม่มี
มนุษย์เราก็ยังคงเป็นแค่คำจำกัดความเล็กๆ ของจักรวาลอยู่ดี

 

 

 

ตร. อาจจะเห็นว่าช่วงนี้ไม่ได้ไปเยี่ยมบล็อคไหนเลยนะครับ  ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างครับ ไปโน่นไปนี่ วาดรูป ดูหนัง อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ เกาพุงหมา ดูดาว เหล่หญิง ฟังเพลง กินหอยแครง นอนกลางวัน ฯลฯ เลยไม่ว่างมาดูบล็อคซักทีครับ

ปจด. เอ็นทรี่หน้า เนปาล จ๊ะ 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เหล่หญิง 555

พี่ปิงยังไม่ได้บอกอู๋เลย ว่าได้รับโปสการ์ดหรือยัง TT
Hot! Hot! Hot!
ระบบของมันจะยังคงทำงานสืบต่อไป แม้พรุ่งนี้จะไม่มีมนุษย์เหลืออยู่เลยซักคนก็ตามที
Hot! Hot! Hot!

เห็นด้วยเลยครับ....บางทีภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะระบบของโลก สอนให้มนุษย์รู้จักการใช้พลังงาน"อย่างฟุ่มเฟือย"ก็เป็นได้ครับ

#2 By SkyKiD on 2008-05-08 18:26

ขอให้ดาวเนอะครับHot!

เฮียปิงกรูกลับมาก็ได้อ่านบทความดีๆเปี่ยมสาระและบันเทิงอีกแล้วครับทั่น

ชอบๆครับเขียนดี เขียนแล้วได้ฉุกคิด อะไรจะเกิดก็เกิดเนอะครับ (เอาเข้าจริงไม่รู้พี่จะทำได้มั้ยนะครับ) big smile big smile
ชอบค่ะ อ่านแล้วก็ชวนคิดนะ ว่าเฮ้ย ก็จริงว่ะ

มนุษย์เป็นแค่ขี้เล็บของโลกล่ะมั้ง - -

ปล.อ่านแล้วนึกถึงหนังสือไอ้นี่เลย ไอสไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น (ชื่อนี้รึเปล่า?)

#4 By vinn* on 2008-05-08 19:42

ได้ความรู้เยอะเลย
ปล.อยากอ่านเอ็นทรี่หน้าเร็วๆจัง เนปาลๆๆcry

#5 By HOMO(sap)IENS on 2008-05-08 20:10

#555 ได้แล้วหว่ะอู๋ ขอบใจมาก
มันมีธรรมเนียมว่าต้องบอกด้วยเหรอเนี่ย
ทีหลังถ้าไม่รู้จะเขียนอะไรจริงๆ
เขียนชมพี่เยอะๆ ก็ได้จ๊ะ พี่เต็มใจรับคำชม cry

#เฮ้ยฝ้าย หนังสือเล่มนั้นพี่ยังไม่ได้อ่านเลยอ่ะ
พอจะซื้อทีไรไม่มีตังค์ทุกที

ปล.ตอนนี้อ่าน Einstein'Cosmos อยู่ครับ

#6 By ปิงกรู on 2008-05-08 20:29

แหม่ หายไปซะนานเลย
แอบไปเนปาลมาล่ะสิ
(ฮา)

#7 By -JpNc- on 2008-05-08 21:40


ตอนนี้โลกก็กำลังป่วยน่ะสิ = =

พวกเราคงเหมือนแบคทีเรีย แล้วแบคทีเรียก็เป็นแบคทีเรียของแบคทีเรียอีกทีนึง

เอนเลสจักรวาล

Hot! Hot!

#8 By { TWELVE } designer go mad on 2008-05-08 22:44

(ลองคิดกันเล่นๆ ว่าถ้าโลกของเรานั้นเกิดมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ และมีสมบัติตามที่กล่าวข้างต้นทุกประการหล่ะ
โลกในแบบนั้นจะเป็นเช่นไร )
"ผมว่ามันเป็นแบบนี้ ในระดับจักรวาลเลยล่ะครับ"

(นักวิทยาศาสตร์ทั่วไปยอมรับว่า สิ่งมีชีวิต คือสิ่งที่อยู่ในกรอบจำกัดเหล่านี้ อาทิ มีการสืบพันธุ์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า มีการรักษาดุลยภาพ มีการเจริญเติบโต มีลักษณะเฉพาะตัว ต้องการอาหารและพลังงาน )
"ลองคิดคำนิยามของ กรอบจำกัดเหล่านั้นใหดีๆดู จะพบว่า...เราไม่สามารถบอกได้เลยว่า อย่างไหนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตครับ"

#9 By piyo_kung (124.121.6.115) on 2008-05-08 23:24

ชอบชื่อเอนทรีส์จังค่ะ มันฟังสนุกดี
รู้ว่าอยู่ดีมีความสุขก็โอแล้วค่ะbig smile

#11 By VAR on 2008-05-09 09:08

ยังมีเรื่องที่เราไม่รู้และไม่เข้าใจอีกมากมายทั้งในโลกและนอกโลก

เอนทรี่หน้าจะมาอ่านอีกค่ะ confused smile

#12 By antzzer on 2008-05-09 10:40

ตกลงอีเทอร์(aether ไม่ใช่ ether ที่ไว้ทำสลบ)มันมีจริงเรอะsad smile

#13 By TeChNiKoS[9.9796] on 2008-05-09 13:08

อีเธอร์ที่เป็นตัวกลางการเคลื่อนที่ของแสงน่ะรึsad smile...

ตัวเราเองคนเดียวก็เล็กยิ่งกว่าขี้เล็บของมดปลวกในจักรวาลล่ะมั้ง...
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

มอบดราก้อนบอลไว้ เผื่ออยากขอพรจากพระเจ้าครับ

big smile
อ่านแล้วน่าคิดมากเลยคับ

ถ้าโลกมีชีวิตจริงๆ
คงอยากดีดมนุษย์ให้กระเด็นเลยมั้ง
มาพึ่งคนอื่นเขา แล้วยังอ้างตัวเป็นเจ้าโลกอีกแน่ะ

Hot!

#16 By a Little*RabBit on 2008-05-11 12:10

และถ้ามองให้กว้าง จักรวาลก็เหมือนจะมีชีวิตเช่นกันนะครับ ในความว่างเปล่า ประกอบไปด้วยจักรวาลย่อยๆอีกหลายแสน แล้วไม่คิดบ้างหรือว่า ความว่างเปล่าจะมีอีกซักเท่าไร และบางทีผมก็เชื่อว่าเราอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ใหญ่กว่ามากๆ ใหญ่กว่าความว่างเปล่าเสียอีก

เป็นทฤษฏีที่ให้สาระ และการจิตนาการที่แหวกแนวจริงๆ

#17 By Crozzax on 2008-05-11 19:55

หายไปนาน กลับมาพร้อมความรู้ดีๆ ขอบคุณมากมายๆ


เหตุผลที่หายไป อันไหนก้อคงไม่น่าสนใจดึงดูดใจได้เท่า
อ่านหญิง เอ๊ย เล่นหญิง ม่ายช๊าย.........

เหล่หญิง.. เจ้าคร่า sad smile เนอะๆ question

#18 By Am not the supersTaR~* on 2008-05-12 16:25

โลกเรามันช่างซับซ้อนopen-mounthed smile big smile confused smile

#19 By nonworld on 2008-05-12 17:14

กินหอยแครงท่าทางจะปลอดภัยกว่าหอยแมลงภู่นะครับ confused smile

#20 By ชายคลอง on 2008-05-12 17:16

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมนั้นแลHot!
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับ
มนุษย์ตัวเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับจักรวาล..

เรามันก็แค่ส่วนเล็กๆ ในจักรวาลอะเนอะ big smile

#22 By St.Maya' on 2008-05-12 17:38

อ่านแล้วรู้สึกว่า มนุษย์เรานี่มันเล็กจริงๆ นะ
เมื่อเทียบกับจักรวาลทั้งหมดแล้ว พวกเรานี่ตัวเล็กมากๆ และแทบจะไม่มีผลกระทบอะไรต่อจักรวาลเลยค่ะ

#23 By ^K@ew^ on 2008-05-12 21:15