.

หากกล่าวว่าสมองเป็นอวัยวะที่มหัศจรรย์ที่สุดในร่างกายคงไม่ผิดนัก
สมองเป็นตัวควบคุมสิ่งต่างๆ ภายในร่างกาย
ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกนึกคิด การเคลื่อนไหว การรับรู้สัมผัส หรือแม้กระทั่งการหายใจ

.

จะเห็นได้ว่าแม้ผู้ป่วยที่ถูกตัดกระเพราะอาหารไปแล้ว
ก็ยังสามารถรู้สึกหิวได้เช่นเดิม
นั่นเพราะความหิวเกิดจากสมอง ไม่ใช่กระเพราะอาหาร
หรือกระทั่งในกรณีที่คนไข้ประสบอุบัติเหตุ
จนสมองส่วนหนึ่งส่วนใดถูกทำลายลงไป
สมองส่วนที่เหลือก็จะทำหน้าที่ทดแทนกันได้อย่างน่าอัศจรรย์

.

ขอย้ำอีกครั้ง ว่าสมองเป็นสิ่งมหัศจรรย์ภายในร่างกายของเรา
กรณีที่สมองทั้งสองซีกนั้นเกิดการแข่งขันกันเอง ก็มีการค้นพบในผู้ป่วยหลายรายด้วยกัน

.

นอกจากนี้ สมองยังเป็นตัวเก็บความทรงจำต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ หวาดกลัว ตลอดจนความรัก
ก็ล้วนถูกเก็บอยู่ภายในอวัยวะส่วนนี้ทั้งสิ้น
ซึ่งสมองมีวิธีเก็บรักษาความทรงจำ
โดยการเคลื่อนย้ายความจำระยะสั้นให้เป็นความทรงจำระยะยาว
ผ่านกระบวนการ Reconsolidation

.

ลองคิดกันดูว่าถ้าวันหนึ่ง
เราสามารถจำเฉพาะเรื่องหรือเหตุการณ์ที่อยากจำ
และเลือกที่จะลบเฉพาะเรื่องราวที่เราอยากลืมออกจากสมองได้หล่ะ?

.

จากการวิจัยของ Dr.Joseph LeDoux ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค
ที่ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการเก็บความทรงจำของสมอง ทำให้พบว่า
เราสามารถลบเรื่องราวเฉพาะเรื่อง ที่ถูกเก็บไว้ภายในสมองของหนูทดลองได้
โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความทรงจำเรื่องอื่นๆ แต่อย่างใด
ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้ตัวยาชนิดหนึ่ง
ไปรบกวนกระบวนการ Reconsolidation ภายในสมอง
ทำให้การเก็บความทรงจำนั้นล้มเหลว จนหนูลืมเรื่องบางเรื่องไปอย่างสิ้นเชิง

.

การทดลองนี้มีประโยชน์อย่างมาก
ในการรักษาผู้ป่วยทางจิตเวช เช่น ผู้ป่วยโรค PTSD

.

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันตัวยาที่ใช้ในการทดลองนี้
จะยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้ในคนก็ตามที
แต่ในอนาคตย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำยาชนิดนี้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วย

.

หากวันหนึ่งเราสามารถลืมเฉพาะเรื่องที่อยากลืมได้จริง
ไม่ว่าใครก็คงอยากจะลืมกันหมด
เราสามารถลืมเลือนความหวาดกลัว ลืมความขมขื่น ลืมความเศร้าในชีวิตได้จนหมดสิ้น
เหลือเฉพาะความสุข ความสบายใจอยู่ในความทรงจำของเราเท่านั้น

.

แต่จะมีประโยชน์อะไร
ชีวิตที่ไม่มีความรู้สึกหวาดกลัว เจ็บปวด หรือสูญเสีย
เราจะยังเรียกชีวิตแบบนั้นว่าเป็น 'ชีวิต' ได้อย่างเต็มปากอยู่อีกหรือ
แล้วมันจะต่างกับฝุ่นผงตรงไหน

.

.

.

.

.

.

เกร็ดความรู้

::: ภาพตัวอย่างกรณีสมองบุบครับ [หลายคนอาจเคยดูมาบ้างแล้ว] ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยที่สมองส่วนที่เหลือนั้นทำงานทดแทนสมองส่วนที่ขาดหายไป คนไข้ประเภทนี้ก็อาจมีอาการข้างเคียงได้ครับ อย่างเช่นการตอบสนองช้าเป็นต้น แต่อย่างน้อยก็ไม่ตายหล่ะนะ

.

.

::: ยาที่รบกวนกระบวนการ Reconsolidation ที่กล่าวถึงในบทความนั้น คือยา U0126

::: PTSD หรือ Post traumatic stress disorder เป็นโรคที่ผู้ป่วยเกิดความหวาดกลัวหลังจากเจอเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายแก่ชีวิตครับ เช่นคนที่เคยประสบอุบัติเหตุรถชนบาดเจ็บสาหัส เมื่อรักษาหายแล้วก็อาจจะรู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะขับรถอีก

.

.

.

.

.
ปน.ยังเปิดรับคำถาม FAQ อยู่ครับ ถามลงในเอ็นทรี่นี้นี่แหละ

พศ.กะเปิด FAQ ไปเรื่อยๆ ครับ เพราะกว่าวรพงศ์จะว่างมาตอบก็คงประมาณปลายเดือนนั่นแหละ แต่ก็เอาแน่ไม่ได้นิ ช่วงนี้มันเป็นฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวนะ!

 

Comment

Comment:

Tweet

คิดเหมือนกันมะคับ ว่า
มีอยู่แล้วครับ เรื่องที่ลืมๆไปจะดีกว่าแน่นอน
เช่น...หนังที่สนุกๆ และเรามีแผ่นอยู่แล้ว
ก้อลบมันไปจากหัวซะ แล้วก้อเอามาดูใหม่อีกรอบ
cool !!

#22 By piyo_kung (124.121.6.115) on 2008-05-08 23:28

น่าคิดนะครับถ้าเกิดมียาที่สามารถใช้แล้วทำให้ลบความทรงจำร้ายๆออกไปจนเหลือแต่ความทรงจำที่มีแต่ความสุขอย่างเดียว
ถ้าเป็นได้จริงคนคงจะเลิกกลัวการอกหักแล้วล่ะ เหอๆๆ อกหักปั๊บ กินยา หายปุ๊บเลย ไม่ต้องใช้เวลาเยียวยาเป็น3ปี4ปี แต่ชีวิตมันต้องมี2ด้านอย่างที่บอก ถ้าคนเราไม่รู้จักทุกข์ ความสุขก็คงเป็นเรื่องไร้ความหมายไปเหมือนกันนะครับ เพราะขาดตัวเปรียบเทียบ
นึกว่าจะมีบล็อกผมคนเดียวที่ดองจนเปรี้ยวจี๊ดซะอีก
อิๆ ตอนนี้ได้เพื่อนแล้วครับ
หวังว่าสบายดีนะครับ เจอคนไข้เป็นโรคไข้หวัดแมวมารักษาบ้างไหมครับ เห็นโรคนี้กำลังเป็นข่าวทางทีวีsad smile

#21 By Ripley on 2008-03-25 16:03

อยากลืมกลับจำ อยากจำกลับลืม big smile
หากสมองทำได้ตามใจนึกอะไรจะเกิดขึ้นนะ และหากใจสามารถทำได้ดังที่สมองสั่งอะไรจะเกิดขึ้นอีกเช่นกัน sad smile

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ big smile

หากเรายังมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีอยู่ ก็ขอให้ระมัดระวังรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ รักษาการทำงานของสมองให้มีศักยภาพดังเดิม

อยากถาม แต่ยังไม่รู้จะถามอะไร แล้วจะแวะมาอ่านการตอบคำถามของคนอื่นนะคะ big smile

#20 By ~ N ~ on 2008-03-24 20:28

หากไม่มีทุกข์ ก็จะไม่มีสุข
หากเราลืมเรื่องราวใดไปจนหมด แต่วันหนึ่งเราต้องเผชิญกับบางสิ่ง ที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำนั้นๆ เราก็ยังจะไปไขว่คว้ามันมาอยู่ดี

สำหรับผม ผมว่าเราคงต้องฝึกทำใจให้ชินกับการใช้ชีวิต และ ใช้ชีวิตให้มีความสุขมากกว่า ใช้ยาครับ
การขับขี่มอเตอร์ไซค์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นการทำลายสมองได้นะครับ wink

ถามหนึ่งคำถามครับ คิดยังไงกับเครื่องกลไฟฟ้าที่เรียกชื่อว่า ไมโครเวฟ ครับ ทั้งที่ทำสิ่งง่ายๆแค่ต้มไข่ทั้งฟองให้สุกยังทำไม่ได้ sad smile

#18 By ชายคลอง on 2008-03-21 16:42

ตอบ faq แล้วนะค้า ^^

เอนทรีย์หน้าคงได้ทำ tag วัดพระบาทน้ำพุละ confused smile

#17 By vinn* on 2008-03-20 19:25

กระบวนการ Reconsolidation คืออะไรเอ่ย??
ไม่อยากเชื่อว่าสามารถลบความทรงจำเฉพาะเรื่องได้ ถึงจะของหนูทดลองก็เถอะ

ถ้าลบความทรงจำบางอย่างไปก็ต้องมาเรียนรู้กันใหม่อยู่ดี
ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ เมื่อไหร่ที่จะเข้าใจชีวิตซะทีเล่า

ยังสงสัยอยู่ว่าความทรงจำที่เราเก็บไว้ในสมองเนี่ย
มันอยู่ในรูปแบบอะไร
สมองเรามันเป็นระบบประสาทนี่นะ มีเซลล์ประสาท
ความทรงจำที่ว่านั่น เก็บไว้ในเซลล์หรอ อยู่ในรูปแบบกระแสไฟฟ้ารึป่าว??

เคยคิดว่า จิตใจของเราทั้งจิตสำนึกจิตไร้สำนึกอะไรทั้งหมดเนี่ย มันเปรียบดั่งจักรวาล มันกว้างใหญ่ ยากแท้หยั่งถึง(55+)

สงสัยต้องไปหาหนังสือมาอ่านซะแล้วแหละ sad smile

#16 By antzzer on 2008-03-18 13:25

คุณพระช่วย หัวยุบ

#15 By on 2008-03-16 23:43

PTSD จริงๆแล้วมันน่าจะแรงกว่านั้นนะครับ(ลองนึกถึงพวก Shellshock)

แถมดูท่าจะบำบัดยากด้วยนะ

ประสบอุบัติเหตุรถชนหายแล้วไม่กล้าขับรถ
ผมว่ามันน่าจะจัดเป็น Phobia มากกว่านะครับ

#14 By Der letzte Auftrag on 2008-03-15 15:29

มันก็มีทั้งส่วนที่ดีและัไม่ดีแหล่ะ ถึงแม้ชีวิตโดยเฉพาะมนุษย์บ้างคน
อาจจะมีความจำเป็นกับการพบเจอกับประสบการณ์ที่เลวร้าย
แต่สำหรับหนึ่งชีวิตๆธรรมดาที่พบเจอกับความเลวทรามของสังคม
คงไม่อยากจะจดจำมันไปตลอดชีวิต

ถ้าได้เมื่อไร กลุ่มอนุรักษ์นิยมก็คงแตกฮื่อsad smile
PTSD เนี้ยะฟังดูคล้ายๆก่ะเจ็บฝังใจยังไงชอบกล
(แหม ชักอยากได้ยานี่มาลองซักเม็ดจังวุ้ย แต่ท่าทางเม็ดเดียวจะไม่พอ)

เฮ้ย ไม่น่าจะเรียกบุบแล้ว นี่มันโหว่ชัดๆwink

#12 By -JpNc- on 2008-03-14 23:21

คนเราจะอยู่ได้

ก็ต้องมีความรู้สึก...

Hot!

*สมองบุบนี่มันน่ากลัวจริงๆแฮะ...

#11 By Sita on 2008-03-14 23:06

ถ้าคนเราลืมความเจ็บปวดทุกอย่างในอดีตได้หมด

ผมคิดว่าคนที่ลืมเหตุการณ์เหล่านั้นไปคงจะมีจิตใจที่อ่อนแอลงอีกเยอะเลยครับ เพราะจะเหมือนไม่เคยได้รับความทุกข์ใดๆเลย ....เมื่อได้รับความทุกข์ แล้วไม่ได้ใช้ยาเหล่านี้ อาจจะทำให้ฆ่าตัวตายก็เป็นได้ครับ

Hot!

#10 By SkyKiD on 2008-03-14 22:33

big smile นั่นสิคะพี่...ความสุขจะมีค่าอันใด หากมนุษย์เราใช้ชีวิตโดยปราศจากซึ่งความหวาดกลัว ความสูญเสีย ความเจ็บปวด

วีดีโอน่ากลัวอ่ะค่ะ สมองฟีบ sad smile อึ่กก

#9 By ire_u on 2008-03-14 21:50

น่ะ น่ะ น่ะ น่ากลัวง่ะ
.
ถ้าเคา้เอายามาใช้กะคน ... ชีวิตคงจืดชืดไปเยอะ
ไม่มีรสเปรี้ยวหวานเผ็ดแสบซึ้ง หุหุ

ปล.เปิดมา ยาวจริงๆ ต้องหนีไปเปิดบล็อกคนอื่นก่อนแล้วค่อยอ่านของพี่ตบท้ายตลอดเลย 555

#8 By lullscreen on 2008-03-14 21:16

เพิ่งเรียนเทอร์โมมา(อีกแล้ว - -")
อ.บอกว่าสมองนี่เป็นอวัยวะที่มีความบกพร่องเยอะมาก
และไอ้ที่เราจำไปจริงๆน่ะอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็ได้ เพราะสิ่งที่เราจำเกิดจากการตีความของสมองแล้วส่วนหนึ่ง

ลืมแต่ข้อผิดพลาดก็ไม่ดีหรอกครับ
เดี๋ยวจะลืมไปด้วยว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

อ้อ
Hot!

#7 By technikos on 2008-03-14 19:41

ว่าด้วยเรื่องสมองๆ...

ยืม"โรคจิต"เพื่อนมาอ่านเหมือนกันฮะ!!

ไปๆมาๆก็อ่านกันทั้งบ้าน~

#6 By Ray on 2008-03-14 19:00

อา..ชอบสรุปตอนหลังจัง เขียนได้ดีมากครับคุณปิงกรู
และก็มีข้อมูลที่อ้างอิงได้ เยี่ยมครับ

ต้องกดHot!แล้วหล่ะครับ

**ส่วนคำถาม**
1.สงสัยชื่อ ปิงกรูมาจากไหนครับ
2.เรียนคณะอะไรครับ
3.ชอบอ่านหนังสือแนวไหน (ไม่นับรวมFHM,Playboy,Penhoues)question อิอิ

#5 By redtear on 2008-03-14 18:48

เป็นเอ็นทรี่ที่ยาวมากๆเลย sad smile
ให้ด้วยความเต็มใจ Hot! Hot! Hot!

#4 By Choudate on 2008-03-14 18:19

Hot! Hot! Hot! ลืมๆๆ
โอ๊ะ เจ๋งแฺฮะ ช่วงนี้กำลังอ่านหนังสือ โลกจิต ของแทนไทอยู่ ได้ความรู้ด้านสมองมาอีักเพียบเลยแหละปิงbig smile
จะได้เป็นคนแรกรึเปล่านะ??
(รีบพิมพ์ๆ)

ยาตัวนั้น คงดีสำหรับผู้ป่วนที่มีความทรงจำฝังใจนะฝ้ายว่า
โรคที่ว่าก็เหมือนกัน แต่ถ้าเกิดมันใช้กับคนทั่วๆไป โลกนี้คงไม่มีความทุกข์ ความเศร้า ความโกรธ เกลียด เพราะไม่ว่าเรื่องอะไร เราก็จะลบออกจากสมองไปหมด เอาเข้าจริงๆ ถึงตอนนั้นแม้เราจะมีแต่ความสุข แต่เราจะยังรู้สึก"สุข" ที่มีความสุขหรือเปล่าก็ไม่รู้ พูดไปพูดมางงเองแฮะ sad smile

#1 By vinn* on 2008-03-14 15:33