เคยเล่นงัดข้อมั้ยครับ

 

การงัดข้อก็คือการที่คนสองคนเอาแขนมาเกี่ยวกันตรงข้อมือแล้วตั้งศอกขึ้น  จากนั้นทั้งคู่ก็จะพยายามเกร็งพลังดันข้อของอีกฝ่ายให้ล้มลงไปแนบพื้นให้ได้  ใช้พื้นที่ในการเล่นไม่มากนัก  สมัยเด็กใครมันงัดข้อชนะคนทั้งห้องได้ จะได้รับการสรรเสริญแซ่ซ้องมากอย่างแรง  จึงนับเป็นสัญชาตญาณของสัตว์อย่างหนึ่งในการยกย่องผู้ที่แข็งแกร่งกว่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยในตัวของมนุษย์

 

โอเค-ผู้ชายทุกคนผมว่าน่าจะเคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วบ้างไม่มากก็น้อย   เคยผ่านการถูกเหยียดหยามโดนล้อชื่อพ่อชื่อแม่  หรือแม้กระทั่งกลายเป็นคนล้อซะเอง  แต่ผู้หญิงนี่ผมว่าถ้าไม่เรียบร้อยเกินไป ก็น่าจะเคยเล่นนะ  ไม่ว่าจะเป็นการท้าผู้ชายแข่ง หรืออะไรก็แล้วแต่  ผมว่าทุกคนต่างก็รู้จักการงัดข้อกันอยู่แล้ว  ไม่รู้จะอธิบายไปทำไม

 

ในการงัดข้อนั้น  ถ้าคู่ต่อสู้เราออกแรงไม่มากนัก เราก็ยังสามารถทนสู้ได้ใช่มั้ยครับ  แต่ถ้าคู่ต่อสู้เรามันดันเกิดใช้พลังเพิ่มมากขึ้นหล่ะ  เราก็จะต้องพยายามเกร็งกำลังของข้อเอาไว้ให้ได้นานที่สุด  เพราะงั้นเดี๋ยวแพ้ อายเค้าแย่

 

แล้วใครมันจะสามารถเกร็งพลังสู้ตลอดไปได้บ้างหล่ะครับ?  นี่ถ้าเกิดคู่ต่อสู้ของเรามันดันเป็นซุปเปอร์ไซย่าที่เพิ่มพลังได้อย่างไม่รู้ที่สิ้นสุดหล่ะ  แขนเราก็จะค่อยๆ อ่อนกำลังลง  อ่อนกำลังลง  เพราะต้องแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้นมากขึ้น  สุดท้ายแขนเราก็ต้องล้มลงไปอยู่ดี ไม่ว่าเราจะพยามเกร็งข้อแบกรับไว้แค่ไหนก็ตาม

 

ก่อนที่แขนเราจะล้มลงไปกองกับพื้นนั่นแหละครับ  มันจะมีอยู่จุดๆ หนึ่ง  ซึ่งเป็นจุดที่พลังของเรามันล้าจนถึงขีดสุด  คนที่เล่นงัดข้อเค้าจะรู้สึกได้เองครับ  ว่าถ้าผ่านจุดๆ นั้นไป  มันจะไม่สามารถเกร็งพลังสู้ได้อีก  ประมาณว่ากู่ไม่กลับ ถ้าผ่านช่วงนั้นไปแล้ว ฮึดสู้อย่างไรก็ไร้ความหมาย 

 

นักวิทยาศาสตร์เค้าเรียกจุดๆ นั้นว่าเทรชโฮลด์  (Threshold) ครับ

 

เทรชโฮลด์นี่จะว่าไปก็คงจะเหมือนกับจุดสุดท้ายที่เอาไว้ต้านทานพลังหรืออะไรทำนองนั้นหล่ะมั้งครับ   ถ้าให้อธิบายแบบง่ายที่สุดก็คือ  ถ้าเราผ่านจุดเทรชโฮลด์นี้ไปแล้ว  ก็จะไม่สามารถจะหวนกลับมาได้อีก  หรือไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้อีกครั้งแบบที่โดราเอมอนกลับมาช่วยโนบิตะจากโลกอนาคต  นี่ถ้าโนบิตะเหี้ยกว่านี้หน่อยประมาณว่าเป็นโนบิตะรุ่นผ่านเทรชโฮลด์แล้ว  ถึงโดราเอมอนจะกลับมาช่วยก็ไร้ความหมาย  ไม่สามารถปรับปรุงอนาคตให้ดีขึ้นได้

 

แต่ไม่ใช่ว่าอยู่เฉยๆ แล้วเทรชโฮลด์จะเกิดขึ้นมาได้เองนะครับ  เทรชโฮลด์นั้นจะสามารถเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อระบบอย่างต่อเนื่อง  ก็เหมือนกับการค่อยๆ เพิ่มพลังงัดข้ออย่างต่อเนื่องนั่นแหละครับ  มันก็คือการกระตุ้นทำให้เทรชโฮลด์เกิดขึ้นต่อระบบ  ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้า  ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงย้อนกลับได้

 

ไม่ใช่เฉพาะมนุษย์เท่านั้นนะครับที่มีเทรชโฮลด์  ธรรมชาติก็มีเช่นกัน

 

กว่าพันปีที่ผ่านมามนุษย์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ อย่างมากมาย  เราล่าสัตว์  เราตัดต้นไม้  เราก่อสร้าง  เราเพิ่มจำนวนประชากร  เราขุดเจาะน้ำมัน  เราเดินบนดวงจันทร์  เราทำสงคราม  เราสูบน้ำบาดาล  เราเห็นแก่ตัว เรารุกล้ำพื้นที่ป่า  เราทำลายระบบนิเวศ  เราพัฒนาอุตสาหกรรม  และเรายังอื่นๆ อีกมากมายที่ตอนนี้ผมคิดไม่ออก  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อระบบที่เรียกว่าธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

 

หรือว่าเรากำลังงัดข้อกับธรรมชาติอยู่?

 

ไม่ว่ามนุษย์จะลงมือทำอะไรกับโลกใบนี้ไปบ้าง  ธรรมชาติก็จะพยายามเกร็งข้อมือสู้อย่างสุดกำลัง  แต่ทว่ากำลังข้อมือของมนุษย์นับวันยิ่งมีพลังเพิ่มมากขึ้น  ในขณะเดียวกัน ธรรมชาติที่อุตส่าห์อดทนเกร็งกำลังต้านทานกำลังของมนุษยชาตินั้น กลับค่อยๆ อ่อนแรงลงเรื่อยๆ

 

ซักวัน ธรรมชาติก็ต้องอ่อนแรงลงจนถึงขีดสุด

 

อืม….ก็อย่างที่บอกครับ  ใครมันจะสามารถเกร็งข้อทนพลังงัดได้ตลอดไป  ธรรมชาตินะว้อย  ไม่ใช่เทพเจ้างัดข้อ  ซักวันธรรมชาติต้องทนไม่ไหวจนกระทั่งก้าวข้ามจุดเทรชโฮลด์ไปในที่สุด 

 

เมื่อเร็วๆ นี้มีลุงนักวิทยาศาสตร์คนนึงครับ ชื่อว่าลุงเลิฟลอค (James Lovelock)  ลุงเค้าบอกว่าในปัจจุบันธรรมชาติได้ผ่านจุดเทรชโฮลด์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  และไม่ว่ามนุษย์จะพยายามเปลี่ยนแปลงอะไร  ลดภาวะมลพิษอย่างไร  ประชุมกำหนดข้อตกลงใดๆ  หรือจะทุ่มเทแก้ปัญหาซักเพียงใดก็ไม่อาจหลีกหนีวิกฤตการณ์ความผันผวนของธรรมชาติไปได้

 

ถ้าจะเปรียบเป็นงัดข้อ  ก็คงเหมือนกับรู้ผลแพ้-ชนะกันแล้วว่ามนุษยชาตินั้นเป็นผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้นั่นเอง  พอมนุษย์เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ ก็เลยพยายามที่จะชะลอกำลังแขนของตนลง  เพื่อให้ธรรมชาติได้มีเวลาฟื้นคืนสภาพ กลับคืนเหมือนเก่า แต่ถึงกระนั้นไม่ว่าจะลดพลังอย่างไร สุดท้ายธรรมชาติก็ต้องพ่ายแพ้อยู่ดี  นั่นเพราะธรรมชาติได้ก้าวผ่านเทรชโฮลด์ไปแล้ว  แก้ไขอะไรไม่ได้อีก

 

 

อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว  ยอมรับก่อนเถอะครับว่าพวกเราได้ชนะในการงัดข้อกับธรรมชาติแล้ว

 

ยอมรับเถอะครับว่าระบบนิเวศทั่วโลกต่างถูกทำลายเสียจนไม่เหลือสภาพเดิมเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน

 

ยอมรับก่อนเถอะครับว่าไม่ว่าเราจะทำการแก้ไขยังไง  ธรรมชาติก็ไม่มีทางกลับมาเป็นเช่นเดิมได้

 

ยอมรับซะเถอะครับว่าต่อไปภายภาคหน้า  เราจะต้องรับมือกับวิกฤตการณ์ความผันผวนของธรรมชาติที่แปลกแบบที่เหล่ากงเหล่าม่าเราไม่เคยเจอมาก่อน

 

ยอมรับเถอะครับว่าเมื่อสิ้นศตวรรษนี้ น้ำทะเลจะสูงขึ้น  1  เมตร ทั่วทั้งโลกจากเหตุการณ์น้ำแข็งละลาย  ส่งผลให้กรุงเทพฯ จมลงใต้ผืนน้ำ แผ่นดินทั่วโลกจะลดลง

 

ยอมรับเถอะครับว่าโรคบางโรคที่เราคิดว่ารักษาหายแล้ว  ได้เริ่มกลายพันธุ์และทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

 

ยอมรับเถอะครับว่าวิวัฒนาการของเราต่อไป มนุษย์อาจจะกลายเป็นปลาชนิดหนึ่งโดยไม่รู้ตัว  หรือยอมรับเถอะครับว่ามันอาจจะใกล้เวลาที่มนุษยชาติจะต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์กันเสียที

 

หรือถ้าเรายังไม่ยอมรับ หรือยังไม่เชื่อตามที่ลุงเลิฟลอคบอกหล่ะก็  ผมแนะนำให้ลุกขึ้นเดินไปปิดแอร์ครับ  ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นเท่าที่จำเป็นเหอะครับ  เลิกใช้ถุงพลาสติกครับ  ปลูกต้นไม้ครับ  ปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ครับ  เดินกันเถอะครับ  ใช้จักรยานครับ  ใช้น้ำเท่าที่จำเป็นครับ  เลิกเห็นแก่ตัวอย่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตนครับ 

 

 

 

 

 

 


ผมบอกได้แต่เพียงว่าให้เราเริ่มลงมือทำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


เพราะพรุ่งนี้อาจไม่เหมือนเดิม

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ในปัจจุบันธรรมชาติได้ผ่านจุดเทรชโฮลด์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่ว่ามนุษย์จะพยายามเปลี่ยนแปลงอะไร ลดภาวะมลพิษอย่างไร ประชุมกำหนดข้อตกลงใดๆ หรือจะทุ่มเทแก้ปัญหาซักเพียงใดก็ไม่อาจหลีกหนีวิกฤตการณ์ความผันผวนของธรรมชาติไปได้

ยอมรับทุกประการคะ เรียกว่าแก้ไขยากซะแล้วที่จะให้ธรรมชาติกลับมาเหมือนเดิม..Hot! Hot!
มนุษย์นี่ละตัวทำลายสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกให้เสื่อม..ให้สิ้นไป...เพราะคิดว่าตัวเองเป็นผู้ฉลาด

#1 By MayaKniGht on 2008-02-04 19:20

Hot! ยังคงเปี่ยมด้วยสาระเกี่ยวกับการรักษาโลกเช่นเคยนะครับ
ที่จริงมนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติแพ้ มนุษย์ก็แพ้เหมือนกัน
เลิกงัดข้อกับตัวเองกันเสียทีเถอะเรา

#2 By Ripley on 2008-02-04 19:48

โอ้วว น่าคิด tongue

#3 By HOMO(sap)IENS on 2008-02-04 20:11

Hot! ถ้าทุกๆคนทำได้อย่างที่คุณบอก
อย่างอื่นที่ไม่ใช่ธรรมชาติ ก็คงจะยังไม่ถึงจุดเทรชโฮลด์
แต่โดยธรรมชาติแล้วคนเรา มักจะตามแก้ไข มากกว่าที่จะป้องกันเอาไว้ตั้งแต่แรก เสมอๆ
เข้าทำนองไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ว่างั้น
sad smile

#4 By vodkatonicz on 2008-02-04 20:30

Hot! สุดยอดครับ
ได้สาระความรู้จากคุณอีกแล้ว ^^
ขอบคุณจริงๆ

กับธรรมชาติ ผมไม่คิดเอาชนะ หรือกล้างัดข้อกับสิ่งนี้หรอกครับ

แต่แสวงหาวิธีอยู่ร่วมกันอยากมีความสุขมากกว่า

ปล : ขออนุญาติแอดเปง Fav นะครับ ^^

#5 By ★POSTMODERN★ on 2008-02-04 20:55

ตอนแรกนึกว่าอ่านบล็อกของชาวพละ
ที่แท้เป็นหน้าของชมรมอนุรักษ์ธรรมชาตินี่เองconfused smile

(ก็ทำพังด้วยข้อของตัวเองไปแล้ว
ก็ทำได้แต่ก้มหน้ายอมรับผลที่จะเกิดแหล่ะเฮ่อ sad smile)

ปล.อยากมางานที่คณะเราจริงหรออ ยินดีต้อนรับบบ งานเล็กๆไม่ได้ใหญ่โตมากมายแต่ถ้าอยากมาก็ทิ้งEMS.ไว้ได้นะคะ ช่วงนี้งานเยอะมากๆคงไม่ได้อัพอีกนานเลย

#6 By -JpNc- on 2008-02-04 20:57

555+ คราวนี้ยังไงล่ะคะ ผู้ทำลายคือผู้ชนะ ผู้ชนะกำลังจะทำลายตัวเอง ภายใน 10 วินาทีconfused smile

10
9
8
7
6
5
4
3
2
1
0

จบสิ้นกันทีมวลมนุษยชาติ big smile

ไม่ใช่เรื่องน่าขำสักนิด sad smile

#7 By ire_u on 2008-02-04 21:38

มันค่อนข้างสวนทางกับ "ไม่มีคำว่าสายถ้าเราลงมือกระทำ"

ยังไงเสียมันก็คือวัฏจักรมั้งครับ ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่อง Thresholdเท่าไร เพราะกลับศรัทาเรื่องกาลเวลาเสียมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องของการเปลี่ยนแปลงด้วยแล้ว

อันที่จริง มันอาจเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้ โลกของเรากำลังเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง เมื่อไรที่มันตกลงต่ำจนสุดขีด(เพราะเราแก้ไขไม่ได้)มนุษย์ก็อาจ...แค่สูญพันธุ์ไปเอง

เป็นอีกมุมมองทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากครับ วันหลังจะถกกับปัญหาชีวิตตนเองโดยเอาคำว่า Threshold มาถกด้วย

ว่าแต่ผมอยากตีความ สุดท้ายก็คือนิพพาน ได้ทุกตอนมากๆเลยอ่าครับไม่ทราบว่า ปิงกรู ตีความเป็นอย่างไงบ้างเหรอครับ

#8 By Crozzax on 2008-02-04 22:06

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะHot!

มนุษย์เราเห็นแก่ตัวกันจนเกินขอบเขตไปแล้วจริงๆ

#9 By ★Toshiya★ on 2008-02-04 23:29

ยอมรับแล้วก็ต้องร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงด้วยครับ ^^
ร่วมมือกันทำๆๆ

#11 By nonworld on 2008-02-05 11:27

โอ้โฮ เยี่ยมมากเลยครับHot!
ความรู้ใหม่เลยครับ

เหมือนกันกับเรื่อง butterfly effect หรือเปล่าครับ โลกเข้าสู่วิกฤติเสียแล้ว

หวังว่าถ้าทำตามที่พี่ปิงกรูแนะนำ คงแก้ไขThresholdได้นะครับ

เราทุกคนคือความหวัง

....ไม่ใช่แค่ใครบางคน
cry
ถ้าผ่านจุดเทรชโฮลด์ไปแล้วจริง วันนี้ เราต้องซัดให้สุดเหวี่ยงถูกมั้ยครับ ยังไงๆธรรมชาติก็แพ้ไปแล้ว การชะลอตัวไม่มีผลแล้วsad smile

แต่ผมยังไม่ค่อยเชื่อ เลิฟลอค ผมคิดว่าเรายังไม่พ้นเทรชโฮลด์ เรายังแก้ไขได้และ

ถ้าพ้นเทรชโฮลด์ไปแล้ว ผมเชื่อในศักยภาพว่าเราจะค้นพบเทคโนโลยี เทอราฟอร์มมิ่งได้ก่อนจะสายเกินไป

#13 By house on 2008-02-05 11:48

ผมมีความเชื่ออยู่อย่างนึงครับ
ธรรมชาติสามารถ รักษาตัวมันเองได้
เมื่อมีสิ่งที่ไม่สมดุลย์เกิดขึ้น ธรรมชาติจะ
Delete ออก เหมือน หนอนเมื่อมีอยู่มากเกินนกจะเป็นผู้กำจัด เมื่อกวางมีอยู่มากเกิน สิงโตเป็นผู้กำจัด เมื่อไดโนเสาร์ มีอยู่มากเกิน โลกเป็นผู้กำจัด
ผมมองว่าตอนนี้เป็นวัฎจักรของมันครับ
ไม่นานเราก็จะถูก Delete ถ้าทำให้โลกไม่สมดุลย์ อยู่ที่ว่า จะช้าหรือเร็วเท่านั้น Hot!
ผมไม่เชื่อว่าเราผ่านจุดนั้นกันไปแล้ว

และั

การแข่งงัดข้อ มีแต่จะกดอีกฝ่ายลงไป

แต่ไม่เคยมีใครบอกว่า ห้ามดึงมืออีกฝ่ายขึ้นมา
ยอมรับเถอะครับว่าเราเป็นผู้แพ้ เพราะการแข่งขันครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นแต่เราเป็นพวกแกว่งเท้าหาเสี้ยน

ถึงแม้จะชนะในเกม แต่ธรรมชาิติก็เหมือนคนทั่วไปที่มีความแค้น และจะต้องกลับมาล้างแค้นอย่างแน่นอนครับ

กลับมาแล้วเหรอปิง หายไปนาน ดีๆๆจะได้อ่านบทความเก๋ๆอีกbig smile
ยอมรับเถอะว่ามันสายเกินแก้


...ถ้าว่างั้นอาจจะมีคนเพิกเฉยหนักกว่าเดิมเพราะกลายเป็นว่าทำอะไรไปก็ไม่ดีขึ้นก็ได้นะคะ

แทนที่จะแค่ชะลอพลังแขนลง พวกเราหันมาฉุดรั้ง ดึงธรรมชาติขึ้นมาใหม่สิคะ
ก็คงจะทำได้ถึงแค่จุดหนึ่ง คงไปฉุดลากเอาสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับมาไม่ได้(รึได้...น่าจะได้นะ แต่ช่างเหอะ) คงจะทำไม่ได้ว่องไวทันใจ(มันแหง...นอกจากการทำลายแล้วทุกอย่างใช้เวลาทั้งนั้น)

แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยทุกอย่างให้ไหลไปตามผลกรรมของการกระทำของมนุษย์ล่ะน่ะ

#17 By shiny on 2008-02-06 10:55

Hot! ย้อนรับ และผมก็กระทำทุกอย่างเท่าที่ผมพอทำได้คับ

อ่า แก้ไข้ยากคับจิตสำนึก

อยากจะร้อง

#18 By iNum~* on 2008-02-06 11:38

ขอบคุณครับ Hot!

#19 By ซูเนะโอะ on 2008-02-06 17:09

เป็นเรื่องจริงที่ธรรมชาติได้พ่ายแพ้แก่มนุษยชาติไปแล้ว
ถ้าเทียบกับเกมงัดข้อ
แต่ธรรมชาติของจริงที่ไม่ใช่ในเกมงัดข้อ เมื่อผ่านจุดเทรชโฮลด์ไปแล้ว แทนที่จะแพ้อย่างโดยดี
กลับรุนแรงยิ่งกว่าเดิม คงเคยได้ยินที่ว่า
" ธรรมชาติเอาคืน" ใช่มั้ย นั่นแหละ
คือตัวจริงของธรรมชาติเมื่อผ่านจุดเทรดโฮลด์ไปแล้ว
มันจะกระหน่ำเข้ามาแก้แค้นเรา ซึ่งเราคงต้องแพ้อย่างแน่นอน

ถ้าไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น
มาช่วยกันรักษาธรรมชาติกันคนละไม้คนละมือ
แล้วจะไม่มีฝ่ายไหนในเกมระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ
ต้องเลยผ่านจุดเทรชโฮลด์ไป...

#20 By a Little*RabBit on 2008-02-06 19:07

เรื่องของธรรมชาติ อันนี้เห็นด้วยมากๆ
มีแนวคิดคล้ายๆลักษณะนี้เหมือนกันเลยล่ะ

อันที่จริง การอนุรักษ์ธรรมชาติมันก็มีมาตั้งนานแล้วนี่นะ
แต่คงเป็นคนส่วนน้อยเท่านั้นล่ะมั้ง

ยอมรับความจริง
ทำในสิ่งดีๆเข้าไว้เถอะ

#21 By antzzer on 2008-02-06 22:59

เห็นด้วยค่ะๆ ตอนนี้อะไรมันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ถ้ามัวแต่รอ สงสัยจะไม่มีที่ในโลกให้พวกเราๆอยู่กัน

#22 By SweetPuff on 2008-02-06 23:12

กะลังคิดอยู่ว่า มันเข้าข่าย ปลาใหญ่กินปลาเล็กรึเปล่า

ธรรมชาติเองก็เหมือนปลาตัวใหญ่... และก็มีสิ่งที่ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ กินกันต่อไป (งงไหม?)

#23 By ไอแพทเอง~* on 2008-02-07 01:18

มันดูจะสายไป สำหรับการแก้ตัวของมนุษย์นะคะ
รณรงค์ กันทั่วโลก

มีแต่คนรณรงค์ ... แต่ไม่มีคนทำ

มันก็เท่านั้น angry smile

#24 By {CODE;4079} on 2008-02-07 20:22

เอ๊ะ
อันนี้มันเกี่ยวกับกฎเทอร์โมไดนามิกส์ข้อที่ 2 รึเปล่าครับ(ว่าด้วยเอนโทรปี)

(ตอนนั้นเพื่อนผู้ชายมาท้างัดข้อ เกือบตาย ปวดแขนไป 2 วัน)

#25 By TeChNiKoS[9.9796] on 2008-02-07 21:08

ความจริงเรื่องทุกสรรพสิ่งผมว่ามันเกี่ยวโยงกับธรรมะเหมือนกันนะ

"กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง"

พวกเราแก้ไขมันไม่ได้จนกว่าเราต้องรับผลกรรมนั้น
และเมื่อถึงเวลานั้น และกรรมนั้นผ่านพ้นไป ทุกอย่างจะดีขึ้น
จงยอมรับชะตากรรม ยังไงเราก็ยังพอมีเวลาสะสมกรรมดีๆ
ทำดีเอาไว้มากๆครับ ถึงมันจะลบล้างสิ่งเลวร้ายไม่ได้แต่ก็ยังดีกว่าการไม่ลงมือทำ
"Death solves all problems - no man, no problem"

question

#27 By Lord Stronghold on 2008-02-09 13:50

"Socialism failed because it couldn't tell the economic truth;

capitalism may fail because it couldn't tell the ecological truth."

question

#28 By Lord Stronghold on 2008-02-09 13:52

มนุษย์งัดข้อกับธรรมชาติตลอดเวลา ...
สงสารธรรมชาิติ ...

ปล.พี่คอมเม้นให้อู๋ ้เวลาน่ารักมากมาย 00.00 พี่ำได้ไงคะ surprised smile
ลืมบอกไป อู๋มอบTagต่อให้พี่ด้วยนะคะ ...
แต่ดูเหมือนพี่จะไม่ต้องเขียนแล้วก็ได้
เพราะเอนทรี่นี้ของพี่ก็เข้าข่ายนินา ^^

รักโลกได้อีกเนอะคะ
ตอบจ๊ะ confused smile
ขอเลือกตอบบางคอมเมนท์นะครับ อย่าทำเป็นน้อยใจเชียว ชิ

#๒ คุณริบ : ขอบคุณครับ ผมเห็นด้วยครับที่ว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ยังต้องพึ่งพิงธรรมชาติอยู่ ก็เหมือนกับหมัดควายไม่มีทางชนะควายได้นั่นแหละครับ

#๕ คุณ★POSTMODERN★ : แอดๆ ไปเหอะครับ ไม่ต้องขออนุญาติกันก็ได้ แหะๆ เขินจัง

#๖ คุณ-JpNc- : 555 คนเรามันต้องมีรักสุขภาพกันบ้างนิ confused smile

#๗ น้องไอ : คิดไปคิดมาก็น่าเศร้าเนอะ

#๘ คุณCrozzax : ความจริงผมก็อยากตีความได้เหมือนกันครับ แต่ผมว่ามันก็เหมือนกับภาพabstract น่ะนะ แต่ละคนจะมองมันออกมาไม่เหมือนกัน

#๑๒ คุณอ๊อบ : ใช่ครับ แม้จะเล็กน้อย แต่มันก็อาจเปลี่ยนแปลงโลกได้น่อ

#๑๓ คุณhouse: ผมก็หวังว่าอย่างนั้นครับ

#๑๔ คุณเล็ก : คุณเล็กคิดเหมือนทฤษฎีกายาเลยอ่ะครับ

#๑๕ คุณไทน่า : พูดได้บาดจิตบาดใจผมมากครับ

#๑๖ พี่เชน : กลับมาแล้วจ๊ะ ความจริงปิงไปแอบดูบล็อคพี่อยู่เงียบๆ ออกบ่อยไป

#๑๗ คุณshiny : ใช่ครับ เราไม่ควรปล่อยมันไปเฉยๆ

#๑๘ คุณ iNum~* : อืมๆ เห็นด้วยครับ ยากอย่างแรงจริงๆ เหมือนเป็นสันดานไปแล้ว

#๒๑ อามด : ดีใจจังครับที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน

#๒๓ คุณแพท : งงครับ 555

#๒๔ คุณ{CODE;4079} : อาจจะมองว่าไม่มีความหมายก็ไม่แปลกหรอกครับ ก็เหมือนว่ามันจะสายเกินแก้แล้วนี่สิ แต่อย่างน้อย..ถึงคนอื่นไม่ทำ แต่ตัวเราทำ เราก็มีความสุขนะ

#๒๕ ที่โกยผง : เออ..อันนี้เหมือนจะคล้ายๆ กันครับ แต่ไม่ใช่ซะทีเดียว

#๒๘ คุณLord Stronghold : ขอบคุณมากครับสำหรับแง่คิดเหล่านี้ อยากให้ลองไปอ่านเอ็นทรี่ Reality ของคุณ ★POSTMODERN★ ดูครับ เศร้าอย่างแรง

#๒๙ น้องอู๋ : อ๋อ..ที่เวลาเป็น 00.00 นี่ก็กะจะให้เฉพาะคนพิเศษๆ เท่านั้นแหละนะ [ความจริงฟลุ๊คได้มา open-mounthed smile]

...ปล.เหนื่อยหว่ะ sad smile

#31 By ปิงกรู on 2008-02-10 16:42

ไม่ว่ามันจะผ่านไอ้จุดบ้านั้นมารึยัง แต่เรา จะใช้ถุงผ้า เราจะเดินไปซื้อของ เราจะ ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้ เราจะไม่เปิดแอร์ หรือแม้แต่พัดลม(ตอนนี้ก็หนาวจะบ้า) แต่เราไม่อาบน้ำอุ่นไม่ได้อ่ะตอนนี้ มันหนาวเกินไป แต่บางทีเราก็ ไม่อาบสะเลย ประหยัดไฟ ประหยัดน้ำ บางคนไม่เข้าใจว่าตอนนี้โลกเรามันถึงขั้นไหนกันแล้ว พูดเรื่องโรคร้อนเหมือนเป็นเรื่อง แฟชั่น ดีใจนะคะ ที่มันเป็นแฟชั่น แต่มันต้องไม่ใช้ ซื้อถุงผ้ามาแล้วก็เอาถุงพลาสติกใส่ในถุงผ้าอีกที เราควรจะมีกลุ่มคนที่เริ่มทำอะไรเป็นตัวอย่างบ้าง ในโรงเรียนของเราจะมีพวกที่ชอบกินข้าวบนห้อง โดยจะไปซื้อ ข้าวมาจากโรงอาหารใส่กล่องโฟมมา เรานำเสนอกับพวกเขาว่า ให้เอากล่องมาเอง แล้วให้ป้าเขาตักใส่ให้แล้วเอากล่องกลับไปล้างอยุ่บ้าน มันหัวเราะบอกว่า บ้าเปล่าวะ ฮาอ่ะ ทำไปทำไม เราบอก โลกร้อน มันบอก ยังไงเขาก็ผลิต ออกมาแล้ว จะใช้หรือไม่ใช้มันก็ผลิตก็มาแล้ว....แล้วถ้าเราไม่ใช้ ต่อๆไปเขาจะผลิตออกมาอีกหรือเปล่าคะ....อยากให้ร้านค้าเลิกใช้ โฟมและพลาสติกถ้าไม่จำเป็น อย่างน้อยไปใช้กระดาษห่อเอาก็ยังดี

จะว่าไปก็ยาก แต่อย่างน้อยถ้าทุกคน อยากจะทำมันก็น่าจะดี อย่าให้มันเป็นแค่กระแสที่ผ่านมาและผ่านไป
#๒๑ อามด :

ทำไมคุณปิงกรูเรียกแบบนี้ได้ล่ะคะ confused smile

#33 By antzzer on 2008-02-10 22:00

คงมีจุดสิ้นสุดซักวันหนึ่ง
ก็ทำใจรอไว้แล้วล่ะค่ะ Hot!

#34 By เฟเน่จัง© on 2008-02-11 09:29

แค่คิดก็น่ากลัวแล้วค่ะ

ทุกวันนี้อากาศก็ชักจะไม่ตรงฤดูไปกันใหญ่และ

มนุษย์ชอบคิดว่าวิทยาศาสตร์ช่วยได้

แต่ความเจริญเหล่านั้นก็ทำลายสิ่งแวดล้อมทางอ้อมไปในตัวเช่นเดียวกัน sad smile

#35 By !2know ++ on 2008-02-11 10:31

ที่ทำงานเห็นคนงัดข้อกันประจำ แบบว่าขัดแย้งน่ะ ไม่เห็นผ่านจุดเทรชโฮลด์กันซ้ากที

มนุษย์ใกล้สูญพันธุ์จริงเหรอ งั้นต้องเร่งผสมพันธุ์ แหะๆ question

#36 By จั่นเจา on 2008-02-11 17:19